กิตติมา กิตติมา

สวัสดีชาวเทศบาลตำบลปริก

ธรรมชาติกับชีวิต

kitti

by กิตติมา @January,17 2012 19.14 ( IP : 113...108 )

ความจริงแล้วควรจะนำมาเผยแพร่นานแล้ว แต่ต้องมีเหตุให้เลื่อนไปทุกที วันนี้ฤกษ์งามยามดี เลยหยิบเอา เรียงความที่ไปคว้าเหรียญทองการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ณ โรงเรียนจริยธรรมศึกษา อำเภอจะนะ ของเด็กหญิงสุกันยา ทองเกื้อ มาฝากกันคะ ลองอ่านดูนะคะ ธรรมชาติกับชีวิต

เรียงความเรื่อง  มนุษย์กับธรรมชาติ

มนุษย์กับธรรมชาตินั้นมีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกันมานานแสนนาน นับตั้งแต่มนุษย์เริ่มปรากฏขึ้นมาบนพื้นโลก มนุษย์ก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งของธรรมชาติ    มนุษย์อาศัยอยู่ในธรรมชาติและพึ่งพาธรรมชาติเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต ธรรมชาติจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ มนุษย์กับธรรมชาติจึงเป็นส่วนของกันและกัน  มนุษย์กับธรรมชาติไม่อาจแยกตัวออกจากกันได้  เมื่อใดก็ตามที่ทั้งมนุษย์และธรรมชาติแยกตัวออกจากกัน  เมื่อนั้นเราย่อมสรุปได้อย่างแน่ชัดว่าทั้งมนุษย์และธรรมชาติกำลังมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงสู่หายนะด้วยกันทั้งสองฝ่าย           มนุษย์นั้นดำรงชีวิตอยู่ได้โดยอาศัยปัจจัยพื้นฐานที่มาจากธรรมชาติ หรือที่เราเรียกกันว่า ปัจจัยสี่นั่นเอง  เป็นที่แน่ชัดว่าปัจจัยทั้งสี่ของชีวิต ย่อมได้มาจากการแปรสภาพหรือการทำลายส่วนหนึ่งของธรรมชาติ  ในอดีตนั้นผู้คนใช้ชีวิตอยู่ภายใต้อิทธิพลของธรรมชาติ เกื้อหนุนและจุนเจือกับธรรมชาติ  การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติจึงเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปอยู่ในวิสัยที่ธรรมชาติสามารถจะปรับสมดุลด้วยตัวของมันเองได้  ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงต่าง  จึงยังไม่ปรากฏให้เห็นมากนัก    แต่เมื่อมนุษย์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้น ธรรมชาติก็ถูกเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายและรวดเร็วเพียงเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์    โลกในปัจจุบันที่ได้ก้าวเข้ามาสู่ยุคแห่งการแข่งขันทาง เศรษฐกิจ  ส่งผลให้เกิดการทำลายล้างธรรมชาติอย่างรุนแรงจนถึงระดับที่ธรรมชาติเริ่มเสียสมดุล และก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่มนุษย์ผู้ทำลายธรรมชาติเอง  ในวันนี้หลายคนอาจตั้งคำถามที่จะต้องขบคิดกันว่า ในที่สุดมนุษย์จะถึงกับทำลายธรรมชาติที่ตนได้อาศัยเลี้ยงชีวิตมาตั้งแต่สมัยอดีตจนหมดสิ้นหรือไม่และจนสุดท้ายแล้วชีวิตของมนุษย์เองจะถูกทำลายตามไปด้วยหรือเปล่า

          เหตุการณ์หนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นอุทาหรณ์อย่างดีของผลที่ได้รับ จากการที่มนุษย์ทำลายธรรมชาติ  คือเหตุการณ์ฝนตกหนักในภาคใต้เมื่อต้นปี ๒๕๕๔  เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลบ่าพาซุงลงมาพังบ้านเรือนของประชาชน สาเหตุสำคัญเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อปลูกยางพาราที่รากไม่ลึก เมื่อฝนตกลงมาหน้าดินถูกชะล้างไหลเป็นโคลน พัดพาสิ่งต่างๆ ไหลลงมาด้วยพลังมหาศาล จึงเกิดความเสียหายที่รุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในบริเวณนั้น

          นอกเหนือจากเหตุการณ์และภัยพิบัติต่าง ๆ เหล่านี้แล้วสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันคงจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงจากการที่มนุษย์ทำลายสมดุลทางธรรมชาติ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นต้นมา อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเราเพิ่มสูงมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับในอดีต ซึ่งอุณหภูมิที่สูงขึ้นก็ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของลมและฝน  การเริ่มต้นและการสิ้นสุดของฤดูกาล ซึ่งส่งผลกระทบไปยังการผลิตอาหาร พื้นที่เกษตรกรรม ป่าไม้  ระบบนิเวศหลายๆ บริเวณ หลายท้องที่ต้องเผชิญกับภาวะแห้งแล้งและคลื่นความร้อนอันยืดเยื้อยาวนาน คำอธิบายที่ดีที่สุดของปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้น ก็คือการเพิ่มปริมาณของก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมในการดำรงชีพของมนุษย์นั่นเอง

          ดังนั้นเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์ มนุษย์จะต้องเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตมาสู่การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนโดยก่อนอื่นนั้นเราจะต้องเข้าใจและยอมรับหน้าที่ในฐานะที่มนุษย์ มนุษย์จะต้องมีจิตสำนึก มีความรับผิดชอบในผลของการกระทำและการตัดสินใจใน เรื่องต่างๆ  การพัฒนาของมนุษย์จะต้องไม่กระทบกระเทือนหรือทำลายความเป็นเอกภาพหรือสมดุลของธรรมชาติ มนุษย์ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่ตนก่อให้เกิดแก่ธรรมชาติ มนุษย์ต้องอนุรักษ์ความหลากหลายของธรรมชาติ เพราะความหลากหลายในธรรมชาติเป็นเสมือนรากฐานสำคัญของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดและเป็นสิ่งที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิดสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ท้ายสุดนี่ขอทิ้งท้ายด้วยบทกลอนที่น่าจะสะท้อนภาพของมนุษย์กับธรรมชาติว่าควรจะดำรงไปในรูปแบบใด

“ธรรมชาติสร้างมนุษย์สรรค์เอื้อปันแบ่ง

ธรรมชาติแหล่งเรียนรู้ผู้สร้างสรรค์

ธรรมชาติกับชีวิตมิตรแบ่งปัน

เป็นรากฐานอันสำคัญสรรพ์ชีวี


ธรรมชาติแย่มนุษย์สรรค์ผู้ปั้นแต่ง

โลกเปลี่ยนแปลงหายนะคนละวิถี

สมดุลขาด อากาศเปลี่ยน ฝนฟ้าอัปรีย์

ทั้งหมดนี้น้ำมือใคร “ใช่ไหมคน”


คงไม่ยากหากเราจะเริ่มใหม่

แค่เข้าใจยอมรับปรับเหตุผล

หากทำลายธรรมชาติเหมือนฆ่าตน

ชีวิตคนกับธรรมชาติศาสตร์สัมพันธ์”

Comment #1เด็กดีเพราะครูดี
Posted @February,09 2012 14.02 ip : 118...50

นักเรียนเก่งมากๆเลย  การเขียนถ่ายทอดออกมาได้อย่างนี้แสดงว่านักเรียนได้สั่งสมความรู้ประสบการณ์ไว้อย่างมากมาย  เพราะการเขียนเป็นทักษะการสื่อสารอย่างหนึ่งซึ่งมนุษย์จะเริ่มจาก  การฟัง  พูด  อ่าน  และเขียน  และอีกประการที่สำคัญที่ทำให้เด็กพัฒนาได้ถึงระดับนี้ก็คือการสอนของครู  ความตั้งใจจริง  เมื่อเห็นผลอย่างนี้แล้วคงเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดให้ครูมีแรงที่จะพัฒนาเด็กของเราต่อไป  ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจนะคะ

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

ที่นี่เทศบาลตำบลปริก

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน