รฐกร สังวณ์ รฐกร สังวณ์

โครงงานชุมชนเรื่อง การจัดการขยะครัวเรือนบนวิถีพอเพียง : กรณีศึกษาชุมชนในเขตเทศบาลตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา คณะผู้จัดทำ นายธีระศักดิ์ ปรมานนทวัฒน์ รหัสนักศึกษา 5111110101 นายรฐกร สังวรณ์ รหัสนักศึกษา 5111110194 นาย นนทศักดิ์ ชูเชิด รหัสนักศึกษา 5311110117 อาจารย์ที่ปรึกษา ผศ.เอมอร เจียรมาศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ความสำคัญของปัญหา ผู้ศึกษามีความสนใจในเรื่องของ ขยะชุมชน เนื่องจากปริมาณขยะที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีปริมาณที่เพิ่มสูงมากขึ้นทุกวัน หากดูจากข้อมูลขยะมูลฝอยชุมชนเมื่อปี พ.ศ. 2536 ขยะมีปริมาณ ต่ำกว่า31,000 (ตัน/วัน) และเมื่อปีพ.ศ. 2552 มีขยะมูลฝอยชุมชนโดยเฉลี่ยแล้ว 41,476 ตัน/วัน(ดร.เชาวน์นกอยู่ ,2554 )เป็นที่หน้าสังเกตว่าทุกวันนี้ขยะมูลฝอยนั้นได้มีปริมาณที่เพิ่มขึ้นถึง10,476 (ตัน/วัน) จากเมื่อปี พ.ศ. 2536 กระบวนการจัดการขยะของชุมชนจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่ผู้ศึกษาได้เล็งเห็นความสำคัญ การจัดการปัญหาขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นจากชุมชนนั้น มีหลายฝ่ายที่มีความเกี่ยวข้องมีความพยามเพื่อหามาตรการเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ที่ผ่านมาปรากฏว่าไม่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสาเหตุจากความเจริญทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ก็นำเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดการบริโภคสินค้าที่สูงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มมากขึ้นในขณะที่ประสิทธิภาพในการจัดการขยะมูลฝอยเหล่านี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นให้สัมพันธ์กับปัญหาขยะที่เกิดขึ้นด้วย กล่าวคือ วิธีการและสถานที่ในการกำจัดขยะส่วนใหญ่ยังไม่ถูกหลักสุขาภิบาล ประสิทธิภาพของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการเก็บขยะมูลฝอยยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ประชานส่วนใหญ่ไม่เห็นความสำคัญของการเกิดปัญหา คิดว่าเป็นหน้าที่ของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพียงอย่างเดียวในการจัดการขยะมูลฝอยทั้งหมด การขาดความร่วมมือจากประชาชน จึงสาเหตุหลักในการแก้ไขปัญหา หากมองย้อนไปถึงวิธีการกำจัดขยะในปัจจุบันพบว่าชุมชนหลายแห่งมีแหล่งกำจัดขยะเป็นของตนเอง ผู้ศึกษามองว่าการที่ชุมชนแต่ละแห่งนั้นมีกระบวนการตลอดจนวิธีการกำจัดขยะมูลฝอยของตนเองนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ถึงอย่างไรก็ตามจากการสำรวจพบว่า สถานการณ์ของเสียอันตราย ที่มาจากชุมชน หรือ HW มีการจัดการถูกต้องเพียงแค่ร้อยละ40 แต่ที่จัดการไม่ถูกต้องนั้นมีมากถึงร้อยละ60 หากมีการกำจัดขยะที่ไม่ถูกต้องนั้นอาจมีผลกระทบต่อชุมชนดังต่อไปนี้1. อากาศเสียเกิดจากการเผามูลฝอยกลางแจ้งทำให้เกิดควันและสารมลพิษทางอากาศ2. น้ำเสียเกิดจากการกองมูลฝอยที่ตกค้างบนพื้นเมื่อฝนตกจะเกิดน้ำเสียซึ่งไหลลงสู่แหล่งน้ำทำให้เกิดภาวะมลพิษทางน้ำ3. แหล่งพาหะนำโรคมูลฝอยตกค้างบนพื้นจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของหนูและแมลงวันแมลงสาบซึ่งเป็นพาหะนำโรคติดต่อทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน4. เหตุรำคาญและความไม่น่าดูจากการเก็บขยะมูลฝอยไม่หมดทำให้เกิดกลิ่นเหม็นรบกวนและเกิดทัศนอุจาด(นงลักษณ์พรมสถิต,2553)หากเป็นเช่นนี้ชุมชนก็มิสามารถดำรงอยู่ได้อย่างปรกติสุข คนในชุมชนมิอาจปฏิเสธได้ว่าตนไม่ได้สร้างขยะเป็นเพราะวิถีชีวิตของคนนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องใช้สอยสิ่งต่างเพื่อการดำรงอยู่ในชีวิตประจำวัน ในขยะต่างๆนั้นอาจแบ่งแยกตามที่มาของขยะได้ดังนี้เศษอาหาร/ อินทรีย์สาร63.6% พลาสติก 16.8%กระดาษ 8.2% แก้ว 3.5% อื่น ๆ 3.2% โลหะ 2.1% ผ้า 1.4% ไม้ 0.7% ยาง/หนัง 0.5% ( ดร.เชาวน์นกอยู่,2554) จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เศษอาหารจากครัวเรือน มีปริมาณที่มากที่สุดของขยะมูลฝอย เนื่องด้วย การกินการอยู่ของคนในชุมชนที่จะต้องเกิดขึ้นเป็นชีวิตประจำวันอยู่แล้ว หากคนในชุมชนทราบถึงการจัดการเศษอาหารดังกล่าวเพื่อการนำไปใช่ประโยชน์ก็จะเป็นทางหนึ่งที่จะทำให้เราได้ช่วยลดขยะมูลฝอยที่มาจากครัวเรือนได้ เทศบาลตำบลปริก มีพื้นที่ประมาณ 3,000 ไร่ หรือ 4.8 ตารางกิโลเมตร โครงการด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมของเทศบาลตำบลปริก เริ่มขึ้นในปี 2544 นักศึกษาปริญญาโทสังกัดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ทำให้ชาวบ้านตระหนักว่างานด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ภาระของรัฐ แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน โดยเริ่มจากการจัดการขยะของ 7 ชุมชนในเขตเทศบาล ขยายผลมาสู่การเฝ้าระวังสภาพน้ำ เรื่องของขยะในชุมชนปริกตก ได้มีการนำไปทำวิจัยเรื่อง "การส่งเสริมการมีส่วนร่วมและกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนในการจัดการมูลฝอยชุมชน: กรณีศึกษาชุมชนปริกตก เทศบาลตำบลปริก" โดย นางสาวปานกมล พบว่า ปริมาณขยะและประเภทขยะที่มีมากที่สุด ได้แก่ ขยะอินทรีย์ มีปริมาณสูงถึงร้อยละ 64.17 ของปริมาณขยะทั้งหมด รองลงมาเป็นขยะกระดาษ พลาสติก โลหะ แก้ว อะลูมิเนียม จำนวนร้อยละ 32.62 ที่เหลือเป็นขยะทั่วไปที่ปะปนกันจำนวนร้อยละ 3.21 ตัวเลขเหล่านี้นำมาสู่แนวคิดการนำขยะไปแปรรูปให้เป็นประโยชน์ เช่น ทำปุ๋ยหมัก หรือเป็นอาหารสัตว์ ส่วนเศษวัสดุเหลือใช้พวกกระดาษ พลาสติก ขวดแก้ว และโลหะ ก็แยกขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าได้ร้อยละ 26.6 ด้วยวิธีนี้ จะทำให้ขยะมูลฝอยเศษวัสดุเหลือใช้ที่ต้องส่งไปยังหลุมฝังกลบของเทศบาลเหลือเพียงร้อยละ 11.8 เท่านั้นจากตัวเลขดังกล่าวแสดงถึงความน่าสนใจว่าการจัดการในเรื่องของขยะมูลฝอยของเทศบาลตำบลปริกผ่านการมีส่วนร่วมกันของประชาชนแสดงให้เห็นถึงทางออกของการขจัดปัญหาขยะและลดการเกิดมลภาวะต่างๆให้กับชุมชนได้อีกทางหนึ่ง นายซาการียา หมัดเลียด หนึ่งในแกนนำชุมชนชนในเขตเทศบาลปริกกล่าวว่า ปัจจุบันในการประกอบอาหารมีการใช้ก๊าซหุงต้มเป็นเชื้อเพลิงที่สำคัญ ปัจจุบันมีแนวโน้มราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นรายจ่ายในครัวเรือนก็เพิ่มขึ้น อีกทั้งปัญหาขยะมูลฝอยจากครัวเรือน ตลาด และจากการประกอบอาชีพในปัจจุบัน นับวันยิ่งก่อให้เกิดปัญหาต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ทั้งด้านการจัดเก็บ และการกำจัด ทั้งนี้ยังส่งผลถึงปัญหาที่จะตามมาจากการหมักหมม เน่าเสียของขยะ ทั้งทางด้านกลิ่น และเรื่องสุขภาพอนามัย อันเนื่องมาจากการตกค้างของขยะที่ไม่สามารถขจัดได้หมดสิ้นไปในแต่ละวัน ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการคัดแยก จัดเก็บ และกำจัดขยะอย่างเหมาะสม เพื่อลดปริมาณขยะในชุมชนเทศบาลตำบลปริก ซึ่งมีพื้นที่ 4.8 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยชุมชนทั้งหมด 7 ชุมชน และมีปริมาณขยะ 2.5-3.0 ตัน/วัน ซึ่งขยะส่วนใหญ่จะเป็นขยะในครัวเรือนจำพวกขยะอินทรีย์ และขยะบางส่วนเป็นขยะรีไซเคิลสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามในชุมชนเทศบาลตำบลปริก เช่น ชุมชนตลาดใต้-บ้านกลาง ชุมชนทุ่งออกและชุมชนสวนหม่อม ได้มีการนำขยะมาจัดการให้มีมูลค่า โดยเฉพาะการทำแก๊สชีวภาพมาใช้ในครัวเรือน ซึ่งการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวถือว่าเป็นการจัดการขยะในครัวเรือน และเป็นการใช้พลังงานทางเลือก สามารถลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดการลดภาวะโลกร้อนที่เป็นปัญหาระดับโลกในปัจจุบัน ในเรื่องของการลดปริมาณขยะมูลฝอยในกับชุมชนนั้นไม่เพียงแต่จะช่วยในเรื่องของมลภาวะที่เป็นผลต่อสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่ผลจากการจัดการขยะนั้นได้ชี้นำทางสู่วิถีแห่งการดำรงอยู่แบบพอเพียง ตามแนวคิดขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้อีกด้วย กล่าวคือ ผลจากการรีไซเคิลในขยะมูลฝอยที่เหลือใช่จากครัวเรือนนั้น ได้นำไปทำปุ๋ยชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ ผลิตแก็สธรรมชาติใช้เองในครัวเรือน หรือบางกรณียังนำไปสู่การผลิต น้ำยาล้างจาน แชมพู เพื่อใช่ในครัวเรือนเพื่อการลดค่าใช่จ่ายได้อีกด้วย ฯลฯ ดังนั้นการขจัดปัญหาเรื่องของขยะมูลฝอยหากมีกระบวนการหรือวิธีการจัดการที่ดีแล้วนั้นไม่เพียงแต่จะเป็นส่วนในการแก้ไขปัญหามลภาวะแวดล้อมของชุมชนเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงการได้รับประโยชน์จากการของเหลือใช่ที่มาจากแหล่งของชุมชนชนเอง เพื่อการดำรงอยู่บนวิถีความพอเพียงและอยู่ได้กับสภาพแวดล้อมของสังคมอย่างเป็นมิตร **วัตถุประสงค์ของการวิจัย** 1. ศึกษาวิธีการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชนในเขตเทศบาลตำบลปริก 2. ศึกษาถึงผลิตผลที่ได้มาจากการแปรรูปของขยะมูลฝอยของชุมชน นิยามศัพท์ที่ใช้ในการวิจัย ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลปริก หมายถึง ครอบครัวในเขตชุมชนทุ่งออก , ชุมชนตลาดใต้บ้านกลาง, ชุมชนสวนหม่อม ตั่งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลปริก ซึ่งมีการพึ่งพาอาศัยเกื้อกูลซึ้งกันและกัน และมีผู้นำซึ่งมีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนในชุมชน การจัดการขยะมูลฝอย หมายถึง ลักษณะและวิธีการในการทิ้ง การเก็บ ขนไป จนถึงการกำจัด รวมถึงรูปแบบที่ชุมชนได้นำมาใช้เพื่อการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย ขยะมูลฝอย หมายถึง ของเหลือทิ้ง เช่น เศษอาหาร เศษพืชผักผลไม้ ที่เหลือจากการเตรียมการปรุง การบริโภค และของที่ไม่ใช้แล้ว ได้แก่ เศษกระดาษ เศษดิน ถุงพลาสติก เป็นต้น ผู้นำ หมายถึง ผู้มีความรู้ ความสามารถเฉพาะด้านหรือหลายด้าน โดยแบ่งเป็นสองประเภท ผู้นำตามธรรมชาติ และผู้อย่างเป็นทางการ **ขอบเขตการวิจัย** การศึกษาการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชนในเขตเทศบาลตำบล ในครั้งนี้เป็นการศึกษาถึงวิธีการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชน ทั้งการลดปริมาณขยะ การจัดการเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน โดยมีรูปแบบการศึกษา เชิงสำรวจ,สัมภาษณ์ทั่วไป,รวมไปถึงการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกโดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์กลุ่มประชาชนผู้นำชุมชน ที่อาศัยอยู่ในชุมชน โดยมุ่งศึกษาถึงวิธีการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชน ผลผลิตที่ได้เป็นผลมาจากการจัดการขยะมูลฝอยในชุมชน ตลอดจนการนำไปปรับใช้ให้เข้ากับการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน พื้นที่ศึกษา ทำการศึกษาพื้นที่ ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งประกอบไปด้วยชุมชนตลาดใต้บ้านกลาง ชุมชนทุ่งออก ชุมชนบ้านสวนหม่อม ในชุมชนดังกล่าว มีการทำงานด้านการจัดการขยะมูลฝอยกันอย่างเป็นระบบ ผลการศึกษาจะมีความเด่นชัดเจนและสมบูรณ์ ประชากร ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลปริก ผู้นำชุมชนตลอดจนบุคคลซึ่งเป็นแกนนำที่มีอยู่ในชุมชน แนวทางการศึกษา 1. วิธีการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชนบ้านปริก - หลักการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชน(ของบุคคลและกลุ่มบุคคลตลอดจนการเชื่อมโยงกันภายในชุมชน) - หน้าที่และเขตรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงาน - ลักษณะวิธีการจัดการขยะมูลฝอย (จัดเก็บ คัดแยก แปรรูป กำจัด) - อุปสรรคและการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอย 2. ผลลัพท์ที่ได้จากการจัดการขยะขยะมูลฝอย - ผลิตผลต่างๆที่ได้รับจากการจัดการขยะมูลฝอย (ประโยชน์และการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน)

ต้องการทราบ รายชื่อบุคคลเด่นๆ ในชุมชนตลาดใต้บ้านกลาง ชุมชนสวนหม่อม ชุมชนทุ้งออก

งานวิจัย การจัดการขยะบนวิถีพอเพียง : กรณีศึกษาชุมชนในเขตเทศบาลตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา คณะศิลปศาสตร์ เอกชุมชนศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

บล็อกนี้อยู่ในสถานะปิดชั่วคราว กรุณารอจนกว่าเจ้าของบล็อกจะเปิดใช้งานใหม่อีกครั้ง

ที่นี่เทศบาลตำบลปริก

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน