ครูสุภาณี ครูสุภาณี

ทดสอบเปลี่ยนชื่อบล็อก

ส่งแผนการสอน วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หน่วยที่ 5 ประจำปีการศึกษา 2553

ครูหมวย

by ครูสุภาณี @March,01 2011 21.09 ( IP : 182...13 )

แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๑๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๕  เรื่อง คำเยอะแยะสระ โอะ อัวะ เอียะ เออะ และเอาะ    ภาคเรียนที่  ๑

                                                                                              เวลา  ๒๐  ชั่วโมง  คะแนน  ๑๐  คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก(ชม.ที่ ๑๐-๑๓)

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 1.1  ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการ

อ่าน

ตัวชี้วัด

ท 1.1 ป 1/1  อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้นๆ

ท 1.1 ป 1/2  บอกความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

ท 1.1 ป 1/3  ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 2.1  ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูล

สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวชี้วัด

ท 2.1 ป 1/1  คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 3.1  สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้  ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมี

วิจารณญาณ  และสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด

ท 3.1 ป1/2  เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่ายๆ

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 4.1  เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง

ภาษา และรักษา  ภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัด

ท 4.1 ป 1/2  เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 5.1  เข้าใจและแสดงความคิดเห็น  วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า  และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิต

จริง

ตัวชี้วัด

ท 5.1 ป 1/2  ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ

สาระสำคัญ

การสะกดคำ  คือ  การอ่านโดยนำพยัญชนะต้น สระ  วรรณยุกต์  และตัวสะกด  มาประสมเป็นคำอ่าน  ถือเป็นเครื่องมือ

การอ่านคำใหม่  ซึ่งต้องให้นักเรียนสังเกตรูปคำพร้อมกับการอ่าน การเขียน เพื่อสะกดคำจนอ่านได้แล้ว  ต่อไปก็ไม่ต้องใช้วิธีการ

สะกดคำนั้น  ให้อ่านเป็นคำได้เลย  จะทำให้นักเรียนอ่านจับใจความได้และอ่านได้เร็ว

การแจกลูก  คือ  การเทียบเสียง  เริ่มต้นจากการสอนให้จำและออกเสียงคำแล้วนำรูปคำ  ซี่งเปรียบเสมือนแม่มากระจา

ยหรือแจกลูก  โดยการเปลี่ยนสระ  หรือเปลี่ยนพยัญชนะต่น  หรือเปลี่ยนพยัญชนะท้าย (ตัวสะกด)

สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑.นักเรียนรู้และเข้าใจการสะกดคำ  และการแจกลูกคำ

๒.นักเรียนสามารถสะกดคำ  และแจกลูกคำได้

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑. นักเรียนสามารถเขียนสะกดคำได้ถูกต้อง

๒.นักเรียนสามารถเขียนแจกลูกคำได้

คุณลักษณะ (A)

๑. มีความตั้งใจเรียน

๒. มีความอดทน

๓. มีความรับผิดชอบ

๔.ตรงต่อเวลาที่กำหนด

การประเมินผล

การตอบคำถาม

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๒ (ดี)  ๑(พอใช้)    ๐ (ปรับปรุง)

๑. การลำดับเรื่องราว -  ลำดับเรื่องราวได้ถูกต้องชัดเจน และเชื่อมโยงเนื้อหาได้ถูกต้อง (๒)

                                -  ลำดับเรื่องราวได้ถูกต้องชัดเจนและเชื่อมโยงเนื้อหาได้บางส่วน (๑)

                                -  ลำดับเรื่องราววกวนขาดความต่อเนื่องในเนื้อหา  (๐)

๒.  การใช้น้ำเสียง -  น้ำเสียงดัง  ชัดเจน คล่องแคล่ว  ไม่ตกหรือเติม น้ำเสียงดัง (๒)

                                -  ชัดเจน แต่ไม่คล่องแคล่ว มีตกหรือเติม(๑)

                                -  น้ำเสียงเบาไม่ชัดเจน ไม่คล่องแคล่ว มีตกหรือเติม(๐)

๓.  การใช้ภาษา -  การใช้ภาษาได้สละสลวย ใช้ถ้อยคำได้เหมาะสม (๒)

                                -  การใช้ภาษาไม่สละสลวย  ใช้ถ้อยคำค่อนข้างเหมาะสม (๑)

                                -  การใช้ภาษาไม่สละสลวย  ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม (๐)

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๖– ๘    เท่ากับ    ดี        คะแนน  ๓– ๕  เท่ากับ      พอใช้    คะแนน  ๒ – ๐  เท่ากับ  ปรับปรุง


รวบรวมผลงาน(หลักภาษา)

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๔(ดีมาก)             ๓    (ดี)         ๒  (ปานกลาง)    ๑  (ปรับปรุง)


๑.  ด้านเนื้อหา  -  รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนครบถ้วนเนื้อหาสาระครอบคลุม(๔)

                    -  รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนเป็นส่วนใหญ่  เนื้อหาสาระครอบคลุม (๓)

                    -  รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนเป็นบางส่วน เนื้อหาสาระครอบคลุม(๒)

                    -  รายละเอียดของเนื้อหาไม่ชัดเจนเป็นส่วนใหญ่  เนื้อหาสาระไม่ครอบคลุม (๑)

๒.  ด้านรูปแบบ - ผลงานมีความสวยงามแปลกใหม่  มีจุดเด่น  น่าสนใจ (๔)

                      - ผลงานมีความสวยงามมีจุดเด่น  น่าสนใจ  แต่ยังไม่แปลกใหม่ (๓)
                      -  ผลงานมีความสวยงามน่าสนใจแต่ยังไม่มีจุดเด่น  ที่ชัดเจน (๒)

                      -  ผลงานยังไม่สวยงามและไม่น่าสนใจ(๑)

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๖  -  ๘  เท่ากับ    ดี คะแนน  ๓ –  ๕  เท่ากับ  พอใช้  คะแนน  ๐  - ๒    เท่ากับ  ปรับปรุง

ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑.  แบบสังเกตพฤติกรรม -  สังเกตพฤติกรรม

๒.  แบบฝึกหัดการเขียนสะกดคำ  การแจกลูก                 -  ตรวจแบบฝึกหัด

๓.  แบบทดสอบการเขียนสะกดคำ การแจกลูก                 -  ตรวจแบบทดสอบ


กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่  ๑

ขั้นนำ

๑.ให้สัญญาณนักเรียนท่องบทอาขยานที่กำหนดให้ทั้งหมดพร้อมๆ  กัน

ขั้นสอน

๒. เมื่อนักเรียนท่องบทอาขยานแล้ว  ครูซักถามนักเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาที่จะเรียนเรื่องอะไร (การสะกดคำ)  ซักถามนักเรียนการ

สะกดคำคืออะไร  ให้นักเรียนยกตัวอย่างให้ดูเพื่อความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

๓.นักเรียนและครูร่วมกันยกตัวอย่างคำที่จะนำมาเขียนสะกดคำอ่านให้สมาชิกในห้องได้เรียนรู้พร้อมกัน  จนนักเรียนเข้าใจ

๔.ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดการเขียนสะกดคำ  โดยการนำศัพท์ที่ได้เรียนมาเขียนสะกดคำทีละคำ

ขั้นสรุป

๕. นักเรียนสรุปเนื้อหาการเขียนสะกดคำ  แล้วทำแบบฝึกหัดที่ได้รับมอบหมาย  โดยครูเดินตรวจดูแลและให้คำแนะนำในการทำแบบ

ฝึกหัด


ชั่วโมงที่  ๒

ขั้นนำ

๑.นักเรียนท่องพยัญชนะไทย  ๔๔  ตัวและสระ  ทั้งหมด  จากนั้นให้ท่องบทอาขยานที่ได้เรียนมาทั้งหมด

ขั้นสอน

๒.ให้นักเรียนอ่านสะกดคำจากแบบฝึกหัดที่ได้ทำไปเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง

๓.ครูนำคำศัพท์จากการที่นักเรียนเรียนมาประสมเป็นคำ  จากการประสมสระโอะ  อัวะ  เอียะ  เออะ  และเอาะ มาให้นักเรียนฝึก

อ่าน

๔.เมื่อนักเรียนฝึกอ่านคำเรียบร้อยแล้วนำคำศัพท์ดังกล่าวมาให้ทำเป็นแบบฝึกหัดทบทวนอีกครั้งโดยการเขียนสะกดคำให้ถูกต้องครู

สังเกตการทำแบบฝึกหัดของนักเรียน

๕.เมื่อนักเรียนทำแบบฝึกหัดเรียบร้อยแล้วให้นักเรียนนำส่งครู  แล้วทำแบบทดสอบการเขียนสะกดคำที่กำหนด  จำนวน  ๕  ข้อ  ๕

คะแนน

ขั้นสรุป

๖.เมื่อนักเรียนทำแบบทดสอบเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ส่งครู  ถ้ามีเวลาเหลือร่วมกันเฉลยคำตอบจากแบบทดสอบที่ได้ทำไป


ชั่วโมงที่  ๓

ขั้นนำ

๑.นักเรียนท่องบทอาขยานทุกบทที่ได้เรียนมาพร้อมๆ  กัน

ขั้นสอน

๒. นำนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับเนื้อหาที่ได้เรียนไปว่าเป็นอย่างไรบ้างใครยังไม่เข้าใจตรงส่วนใด  ครูจะได้อธิบายเพิ่มเติมให้

๓.ครูนำนักเรียนเชื่อมโยงเนื้อหาจากการเขียนสะกดคำมาเป็นการเขียนแจกลูก  ตั้งคำถามนักเรียนว่าการเขียนแจกลูกคืออะไร  สิ่งที่

นักเรียนกำลังเรียนอยู่นักเรียนเคยเรียนมาหรือไม่อย่างไร

๔.นำนักเรียนเพิ่มเติมเนื้อหาให้นักเรียนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น  โดยการยกตัวอย่างคำขึ้นมาพร้อมสาธิตการแจกลูกให้นักเรียนได้ดูและ

เรียนรู้อย่างเข้าใจ

๕.ยกตัวอย่างซ้ำให้นักเรียนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น  แล้วฝึกให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด  จำนวน  ๑๐  ข้อ นักเรียนทำแบบฝึกหัดครูสังเกต

และแนะนำนักเรียนได้เข้าใจ

ขั้นสรุป

๖.นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่เรียนมาทั้งหมดแล้วให้นักเรียนกลับไปทำการบ้านในส่วนที่ยังไม่เรียบร้อยแล้วนำส่งในชั่วโมงถัดไป


ชั่วโมงที่  ๔

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนอ่านเนื้อหาในบทเรียนพร้อมๆ  กัน จนหมดบทเรียนหน่วยที่  ๖

ขั้นสอน

๒. นำนักเรียนสนทนาซักถามเกี่ยวกับการบ้านที่นักเรียนได้ทำไปว่าเป็นอย่างไรบ้าง

๓.ให้ตัวแทนนักเรียนออกมาเฉลยการบ้านที่ได้ทำไปเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาเกี่ยวกับการเขียนแจกลูก

๔.นักเรียนสังเกตและตรวจสอบความถูกต้องบนกระดานจากสมาชิกที่มาเฉลยร่วมกัน  แล้วร่วมกันพิจารณาด้วยเหตุและผลว่าสิ่งใด

ขาดหายไป หรือไม่ถูกต้องตรงส่วนใด

๕.จากนั้นให้นักเรียนตรวจสอบแบบฝึกหัดของตนเองที่ได้ทำกับแบบแลยบนกระดานพร้อมกัน

๖.ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแจกลูกอีกครั้ง  โดยครูคอยสังเกตพฤติกรรมและครูแนะนำเพิ่มเติมกับนักเรียนที่ยัง

ไม่เข้าใจ

๗.เมื่อนักเรียนทำเสร็จครูตั้งคำถามซักถามนักเรียนว่า  นักเรียนมีความเข้าใจในเนื้อหาเป็นอย่างไรบ้าง  ถ้าใครไม่เข้าใจให้สอบถาม

ได้เพื่อครูอธิบายเพิ่มเติมให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

ขั้นสรุป

๘.นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาและเสนอแนะเพิ่มเติมจากครูให้นักเรียนได้เข้าใจ


สื่อการเรียนรู้

๑. แบบเรียนหนังสือภาษาไทย ภาษาพาที  ป.๑

๒.แบบเรียนหนังสือภาษาไทย วรรณคดีลำนำ  ป.๑

๓.บัตรคำศัพท์

๔.กระเป๋าผนัง


                                    .....................................................................................................


                                                                        แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๑๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๕  เรื่อง คำเยอะแยะสระ โอะ อัวะ เอียะ เออะ และเอาะ    ภาคเรียนที่  ๑

                                                                                              เวลา  ๒๐  ชั่วโมง  คะแนน  ๑๐  คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก(ชม.ที่ ๑๔-๑๕)

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 1.1  ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการ

อ่าน

ตัวชี้วัด

ท 1.1 ป 1/1  อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้นๆ

ท 1.1 ป 1/2  บอกความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

ท 1.1 ป 1/3  ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 2.1  ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูล

สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวชี้วัด

ท 2.1 ป 1/1  คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 3.1  สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้  ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมี

วิจารณญาณ  และสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด

ท 3.1 ป1/2  เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่ายๆ

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 4.1  เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง

ภาษา และรักษา  ภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัด

ท 4.1 ป 1/2  เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 5.1  เข้าใจและแสดงความคิดเห็น  วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า  และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิต

จริง

ตัวชี้วัด

ท 5.1 ป 1/2  ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ

สาระสำคัญ

การอ่านเป็นคำ   เป็นการฝึกการอ่านจากคำที่มีกลุ่มคำ  ๑  คำ  เพิ่มเป็น  ๒  คำขึ้น  มากขึ้นจนเป็นประโยค  เป็นการฝึก

การอ่านจากกลุ่มคำน้อยๆ  ไปมากขึ้นหรือยากขึ้น.


สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑.นักเรียนรู้และเข้าใจการอ่านเป็นคำ

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑. นักเรียนสามารถอ่านเป็นคำได้ถูกต้อง

คุณลักษณะ (A)

๑.มีความตั้งใจเรียน

๒. มีความรักการอ่าน

การประเมินผล

การตอบคำถาม

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๒ (ดี)  ๑(พอใช้)    ๐ (ปรับปรุง)

๑. การลำดับเรื่องราว - ลำดับเรื่องราวได้ถูกต้องชัดเจน และเชื่อมโยงเนื้อหาได้ถูกต้อง(๒)

                            - ลำดับเรื่องราวได้ถูกต้องชัดเจน และเชื่อมโยงเนื้อหาได้บางส่วน (๑)

                            -  ลำดับเรื่องราววกวนขาดความต่อเนื่องในเนื้อหา  (๐)

๒.  การใช้น้ำเสียง    -  น้ำเสียงดัง  ชัดเจน คล่องแคล่ว  ไม่ตกหรือเติม(๒)

                            -  น้ำเสียงดัง  ชัดเจน แต่ไม่คล่องแคล่ว มีตกหรือเติม (๑)

                            -  น้ำเสียงเบาไม่ชัดเจน ไม่คล่องแคล่ว มีตกหรือเติม (๐)

๓.  การใช้ภาษา      -  การใช้ภาษาได้สละสลวย ใช้ถ้อยคำได้เหมาะสม  (๒)

                            -  การใช้ภาษาไม่สละสลวย  ใช้ถ้อยคำค่อนข้างเหมาะสม (๑)

                            -  การใช้ภาษาไม่สละสลวย  ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม(๐)

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๖– ๘    เท่ากับ    ดี        คะแนน  ๓– ๕  เท่ากับ      พอใช้    คะแนน  ๒ – ๐  เท่ากับ  ปรับปรุง


ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑.  แบบสังเกตพฤติกรรม -  สังเกตพฤติกรรม

๒.  แบบบันทึกการอ่านเป็นคำ -  บันทึกการอ่านคำ


กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่  ๑

ขั้นนำ

๑.นักเรียนอ่านพยัญชนะไทย  ๔๔  ตัว  สระ  และอ่านออกเสียงพยัญชนะ และสระทีละตัว

ขั้นสอน

๒.ครูนำเกมการหาคำที่ซ่อนอยู่มาให้นักเรียนเล่นกัน  โดยให้นักเรียนจับคู่กันแล้วแจกเกมไปให้นักเรียนได้ฝึกทำกัน  กำหนดเวลา

๑๐  นาที

๓.เมื่อนักเรียนทำเสร็จแล้วให้นักเรียนร่วมกันเฉลยคำที่นักเรียนหาได้ว่ามีอะไรบ้าง

๔.นักเรียนบอกคำที่นักเรียนได้พบมาให้ครู  ครูบันทึกคำบนกระดานเพื่อให้นักเรียนได้อ่านพร้อมๆ  กัน

๕.เมื่อนักเรียนเฉลยเสร็จแล้ว  ครูตรวจสอบเพิ่มเติมว่าคำที่นักเรียนหาได้หมดยังมีอีกหรือไม่  จากนั้นให้นักเรียนอ่านคำพร้อมๆ กัน

อีกครั้ง

๖.ครูให้แบบฝึกหัดใหม่ให้นักเรียนไปทำอีกชุดเพื่อเพิ่มความเข้าใจมากยิ่งขึ้น  โดยกำหนดเวลา  ๑๐  นาที

๗.เมื่อนักเรียนหาได้ครบแล้ว  นักเรียนจดบันทึกลงในสมุดเพื่อรอการเฉลย

ขั้นสรุป

๘. นักเรียนสรุปเนื้อหาแล้วนำคำที่หาได้มามาอ่านพร้อมๆกัน


ชั่วโมงที่  ๒

ขั้นนำ

๑.นักเรียนทบทวนคำศัพท์ที่ได้ทำแบบฝึกหัดไป  โดยอ่านคำศัพท์ที่กำหนดให้

ขั้นสอน

๒.นำนักเรียนสนทนาและซักถามถึงกิจกรรมและแบบฝึกหัดที่ได้ทำไปว่าเป็นอย่างไรบ้างในความรู้สึกของนักเรียน ยากหรือง่าย

หรือทำไม่ได้  ค่อนข้างไม่เข้าใจ  ให้นักเรียนช่วยแสดงความคิดเห็น

๓. จากนั้นครูแจกแบบฝึกหัดให้นักเรียนทำอีกเกี่ยวกับหาคำที่กำหนดให้พบ  แล้วพวงกลมคำนั้น

๔.นักเรียนทำแบบฝึกหัด  โดยมีครูคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

๕.เมื่อนักเรียนทำเสร็จแล้วร่วมกันเฉลยพร้อมๆ  กันว่าคำแต่ละคำปรากฏอยู่ที่ใดบ้าง

๖.จากนั้นให้นักเรียนอ่านคำที่ได้ร่วมกันหาพร้อมๆ กัน

ขั้นสรุป

๗.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนมาทั้งหมดเกี่ยวกับการอ่านเป็นคำ

สื่อการเรียนรู้

๑.แบบเรียนหนังสือภาษาไทย ภาษาพาที  ป.๑

๒. แบบเรียนหนังสือภาษาไทย วรรณคดีลำนำ  ป.๑

๓.ใบงาน

๔. เกมการหาคำ


                                            ...............................................................................................


                                                                            แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๑๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๕  เรื่อง คำเยอะแยะสระ โอะ อัวะ เอียะ เออะ และเอาะ    ภาคเรียนที่  ๑

                                                                                                เวลา  ๒๐  ชั่วโมง  คะแนน  ๑๐  คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก(ชม.ที่ ๑๖-๒๐)

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 1.1  ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการ

อ่าน

ตัวชี้วัด

ท 1.1 ป 1/1  อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้นๆ

ท 1.1 ป 1/2  บอกความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

ท 1.1 ป 1/3  ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 2.1  ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูล

สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวชี้วัด

ท 2.1 ป 1/1  คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 3.1  สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้  ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมี

วิจารณญาณ  และสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด

ท 3.1 ป1/2  เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่ายๆ

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 4.1  เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง

ภาษา และรักษา  ภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัด

ท 4.1 ป 1/2  เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 5.1  เข้าใจและแสดงความคิดเห็น  วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า  และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิต

จริง

ตัวชี้วัด

ท 5.1 ป 1/2  ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ


สาระสำคัญ

การอ่านบทอาขยาน  และบทร้อยกรอง  เป็นบทประพันธ์ที่มีมาแต่สมัยโบราณ  ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไทยมาช้านาน

แล้ว  ได้แฝงแนวคิด  สอนคน  ของคนสมัยก่อนในบทประพันธ์แต่ละบท

สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑.นักเรียนรู้และเข้าใจการอ่านบทอาขยาน  และบทร้อยกรอง

๒.นักเรียนสามารถแยกแยะบทอาขยานและบทร้อยกรองต่างๆ

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑. นักเรียนสามารถอ่านบทอาขยานและบทร้อยกรองที่กำหนดให้ได้

คุณลักษณะ (A)

๑.มีความตั้งใจและสนใจ

๒. มีความรักการอ่าน

๓.มีความอดทนรู้จักการรอคอย

การประเมินผล

มารยาทในการฟัง

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๓(ดี)   ๒(ปานกลาง)  ๑(ปรับปรุง)

๑.  ความตั้งใจฟัง -  มีความตั้งใจฟัง  นิ่ง  ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมดี(๓)

                        - มีการเคลื่อนไหวร่างกายไปมาเล็กน้อย  ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม(๒)

                        -  มีการเคลื่อนไหว  ชักชวน  มีเสียงพูดคุยกับคนรอบข้าง (๑)

๒. บุคลิกภาพ/การวางตัวในการฟัง -  ปรบมือให้เกียรติสม่ำ เสมอ  ไม่ส่งเสียงดัง  ถามเหมาะสมกับเวลา (๓)

                                                -  ปรบมือเป็นบางครั้ง  ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ค่อยถาม (๒)

                                                -  ไม่ค่อยปรบมือ  วางตัวไม่เหมาะสม(๑)


เกณฑ์การให้คะแนน

คะแนน    ๖    คะแนน เท่ากับ    ดี

คะแนน  ๔-๕      คะแนน เท่ากับ  พอใช้

คะแนน  ๓ -  ๐    คะแนน เท่ากับ  ปรับปรุง/แก้ไข


การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๒(ดี)   ๑(พอใช้)    ๐ (ปรับปรุง)

๑.  พูดทักทายแนะนำตัว  -  พูดทักทายแนะนำตัวเองได้ชัดเจน มั่นใจ(๒)

                                  -  พูดทักทายแนะนำตัวเองได้ชัดเจน แต่ขาดความมั่นใจไม่ได้(๑)

                                  -  พูดทักทายแนะนำตัวเอง และขาดความมั่นใจ(๐)

๒.  การอ่านคำ -  อ่านคำถูกต้องตามอักขรวิธี  และเว้นวรรคตอนได้ถูกต้อง(๒)

                                -  อ่านคำถูกต้องตามอักขรวิธี  แต่เว้นวรรคตอนไม่ถูกต้อง(๑)

                                -  อ่านคำไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี  และเว้นวรรคตอนไม่ถูกต้อง(๐)

๓.  การใช้น้ำเสียง -  น้ำเสียงดัง  ชัดเจน คล่องแคล่ว(๒)

                                -  น้ำเสียงดัง  ชัดเจน แต่ไม่คล่องแคล่ว (๑)

                                -  น้ำเสียงเบาไม่ชัดเจน ไม่คล่องแคล่ว(๐)
เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๕ – ๖  เท่ากับ    ดี

คะแนน  ๓ – ๔                  เท่ากับ  พอใช้

คะแนน  ๒ –  ๐                  เท่ากับ  ปรับปรุง

ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑.  แบบสังเกตพฤติกรรม -  สังเกตพฤติกรรม

๒.  แบบบันทึกการอ่านบทอาขยานและบทร้อยกรอง                 -  บันทึกการอ่านบทอาขยานฯ


กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่  ๑

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนร้องเพลงช้างและทำท่าประกอบเพลง  ๒-๓  เที่ยว

๒.ให้นักเรียนเล่นเกมการประสมคำจากบัตรคำที่กำหนดให้เรียงเป็นคำให้เรียบร้อย  ๕  คำ

ขั้นสอน

๓.ให้นักเรียนทุกคนหยิบหนังสือแบบเรียนวรรณคดีลำนำขึ้นมา  แล้วเปิดบทอาขยานที่กำหนด

๔.ให้นักเรียนอ่านบทอาขยานพร้อมๆ กัน  โดยครูคอยสังเกตและฟังเสียงการอ่านของนักเรียนว่าเป็นอย่างไร

๕.จากนั้นให้นักเรียนอ่านเว้นจังหวะตามครู  ๑  เที่ยว  แล้วให้นักเรียนฝึกอ่านเอง  ครูคอยแนะนำการอ่านของนักเรียนอย่างใกล้ชิด

๖.เมื่อนักเรียนทำได้ดีแล้ว  ครูให้นักเรียนเปลี่ยนบทอาขยานเป็นบทอื่น แล้วฝึกอ่านพร้อมๆ  กันอีกครั้ง  ครูคอยแนะนำและให้นัก

เรียนอ่านตามครูพร้อมๆ  กัน

๗.นักเรียนฟังคำอธิบายจากครูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอ่านบทอาขยานที่ดีและถูกต้อง  โดยต้องอ่านเว้นวรรคจังหวะให้ถูกต้องสม่ำเสมอ

ไป

ขั้นสรุป

๘.ให้นักเรียนสรุปผลการอ่านบทอาขยานสิ่งที่ต้องปฏิบัติในการอ่านบทอาขยาน  และกลับไปฝึกอ่านให้คล่องเพื่อทำการทดสอบต่อ

ไป


ชั่วโมงที่  ๒

ขั้นนำ

๑.นักเรียนทุกคนหยิบหนังสือที่มีบทอาขยานบทร้อยกรอง  แมว เอ๋ย แมว  เหมียว  กุ๊ก  กุ๊ก  ไก่ และแม่งูเอ๋ย    ขึ้นมาร้องพร้อม ๆ

กัน

ขั้นสอน

๒. นำนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับบทอาขยาน  แมว เอ๋ย แมว เหมียว  ว่าในเนื้อหาบทอาขยานเป็นอย่างไร  กล่าวถึงสิ่งใด  มีลักษณะ

พิเศษอย่างไรกับบทอาขยานดังกล่าว  และในบทอาขยานมีข้อคิดสอนคนไว้อย่างไรบ้าง

๓.ให้นักเรียนบอกถึงบทที่บทอาขยานได้ให้ข้อคิดสอนคนไว้  ครูให้คำชี้แนะ  และเพิ่มเติมความเข้าใจให้นักเรียนได้เข้าใจถึงความ

หมายของคำที่บ่งบอกและสอนคน

๔.ให้นักเรียนร่วมกันร้องบทอาขยานแมว  เอ๋ย  แมว เหมียวอีกครั้ง  จากนั้นให้ไปดูบทอาขยานบทต่อไป แม่งูเอ๋ย  ครูถามถึงความ

เหมือนและความแตกต่างของบทอาขยานแต่ละบท

๕.ครูตั้งคำถามซักถามนักเรียนเช่นเดิม  ว่าในบทได้กล่าวถึงสิ่งใด  ลักษณะของบทเป็นอย่างไร  ให้ข้อคิดใดบ้างจากการร้องบท

อาขยานนี้

ขั้นสรุป

๖. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาในบทอาขยานที่ได้ร้องไปแล้ว  เพิ่มเติมความเข้าใจให้นักเรียนได้รู้มากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับบท

อาขยานที่นักเรียนร้องไปว่าเป็นบทดอกสร้อย  ที่มักจะขึ้นต้นด้วยเอย และลงท้ายด้วยเอ๋ย

๗.ให้นักเรียนกลับไปฝึกร้องเพื่อทำการทดสอบการร้องบทอาขยานต่อไป


ชั่วโมงที่  ๓

ขั้นนำ

๑.นักเรียนทบทวนการอ่านบทอาขยานที่ได้เรียนมาพร้อมทั้งแปลความหมายในบทอาขยานดังกล่าว

ขั้นสอน

๒.เกริ่นนำนักเรียนเกี่ยวกับบทอาขยานที่นักเรียนได้ท่องๆ  ทุกวันก่อนเข้าเรียนในชั่วโมงวิชาภาษาไทยนั้น  ที่มักพบเจอส่วนใหญ่เป็น

กลอนดอกสร้อย  ที่มักจะขึ้นต้นด้วยเอย  และลงท้ายด้วยเอ๋ย

๓.ทดลองให้นักเรียนร้องบทกลอนดอกสร้อยแมว เอ๋ย  แมวเหมียว  และแม่งูเอ๋ย  เป็นการทบทวนความเข้าใจอีกครั้งว่าเป็นกลอน

ดอกสร้อย

๔.จากนั้นครูตกลงกับนักเรียนในการนัดทดสอบการร้องบทดอกสร้อยแมวเอ๋ยแมวเหมียวเป็นรายบุคคล  โดยชี้แจงข้อตกลงในการ

อ่านให้นักเรียนได้รู้และเข้าใจทั่วกันโดยมีข้อตกลงดังนี้

-ให้ชี้คำให้ตรงกับการร้องเพื่อฝึกความเข้าใจและรู้จักคำศัพท์แต่ละคำ

-เสียงดังฟังชัด

-ออกเสียงคำได้อย่างถูกต้อง

๕.ขออาสาสมัครนักเรียนออกมาทำการทดสอบการร้องกลอนดอกสร้อยก่อน  โดยประเมินตามแบบประเมินที่กำหนด


ขั้นสรุป

๖.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปกิจกรรมที่นักเรียนได้สอบร้องบทดอกสร้อยว่าเป็นอย่างไรบ้างให้นักเรียนได้ทราบและปรับปรุงในครั้ง

ต่อไป


ชั่วโมงที่  ๔

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนไปทำธุระส่วนตัวให้เสร็จแล้วกล้บมาเตรียมความพร้อมโดยการนั่งสมาธิ  ประมาณ  ๓ นาที

ขั้นสอน

๒.นำนักเรียนสนทนาถึงกิจกรรมที่ทำการทดสอบไปแล้วเกี่ยวกับการอ่านบทอาขยานเป็นรายบุคคล

๓.นำนักเรียนเชื่อมโยงเนื้อหาโดยแจ้งจุดประสงค์เกี่ยวกับการอ่านบทร้อยกรองที่นักเรียนจะต้องอ่าน  และทำความรู้จักและทดสอบ

การอ่านบทร้อยกรองเป็นรายบุคคล

๔.ให้นักเรียนเปิดบทร้อยกรองที่นักเรียนเคยอ่านมาบท กุ๊ก  กุ๊ก  ไก่  แล้วให้นักเรียนอ่านพร้อมๆ  กัน  ครูสังเกตโดยการฟังเสียง

อ่านของนักเรียนว่าเป็นอย่างไรบ้าง

๕.ครูเสนอแนะนักเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอ่านบทร้อยกรองไม่เป็นจังหวะหรือเสียงไม่น่าฟัง  การอ่านคำไม่ชัดเจน  จนทำให้ผิด

เพี้ยนไป

๖.ให้นักเรียนอ่านบทร้อยกรองอีกครั้งโดยเน้นย้ำในส่วนที่ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น

ขั้นสรุป

๗.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปกิจกรรมที่นักเรียนได้ปฏิบัติไปว่าเป็นอย่างไรบ้างให้นักเรียนได้ทราบและปรับปรุง  เพื่อเตรียมตัว

ทดสอบการอ่านบทร้อยกรองต่อไป


ชั่วโมงที่  ๕

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนทบทวนการอ่านบทร้อยกรอง กุ๊ก  กุ๊ก  ไก่

ขั้นสอน

๒.เกริ่นนำนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับการบ้านที่ให้นักเรียนกลับไปฝึกอ่านบทร้อยกรองที่กำหนดให้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง  พร้อมที่จะทำ

การทดสอบหรือยัง

๓.ให้นักเรียนอ่านบทร้อยกรอง กุ๊ก  กุ๊ก  ไก่  ให้ฟังพร้อมๆ  กัน  ครูคอยสังเกตการอ่านออกเสียงและทำนอง  จังหวะของการร้อง

ของนักเรียนว่าเป็นอย่างไร  มีการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมสิ่งให้นักเรียนรีบแก้ไข  เพื่อเตรียมตัวในการทดสอบการอ่านบทร้อยกรอง

ต่อไป

๔.จากนั้นให้นักเรียนทดสอบอ่านใหม่พร้อมๆ  กันอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ  แล้วร่วมกันตกลงกติกาในการทดสอบการอ่านบทร้อย

กรองเป็นรายบุคคล  โดยแจ้งหัวข้อการประเมินให้นักเรียนได้ทราบทั่วกัน

๕.นักเรียนและครูเข้าใจในแนวเดียวกันแล้ว  ให้อาสาสมัครออกมาทำการอ่านบทร้อยกรองก่อนตามความพร้อมของตนเอง  ส่วนคน

ที่ไม่พร้อมให้ทำการฝึกฝนจนดีและพร้อมแล้วมาสอบ

ขั้นสรุป

๖.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปกิจกรรมที่นักเรียนได้สอบอ่านบทร้อยกรองที่นักเรียนได้อ่านในภาพรวมว่าเป็นอย่างไร  โดยแจ้งราย

ละเอียดให้นักเรียนได้ทราบทั่วกัน

สื่อการเรียนรู้

๑.  แบบเรียนหนังสือภาษาไทย ภาษาพาที  ป.๑

๒. แบบเรียนหนังสือภาษาไทย วรรณคดีลำนำ  ป.๑

๓. เกมการประสมให้เป็นคำ

๔. เพลงช้าง/เพลงอิสระ

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

ที่นี่เทศบาลตำบลปริก

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน