ครูสุภาณี ครูสุภาณี

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2553 เรื่อง ประสมผสานตัวสะกด

แม่พิมพ์

by ครูสุภาณี @December,12 2010 15.59 ( IP : 113...113 )

เรียน  ผู้บริหารสถานศึกษา  โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก
      ด้วยดิฉัน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์  ตำแหน่ง  ครูผู้ช่วย  สอนวิชาภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  2  ขอส่งแผนการ

จัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  2 ประจำปึการศึกษา 2553  เรื่อง ประสมผสานตัวสะกด ตามรายละเอียดท้ายนี้

      จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

                                                                                                นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์

                                                                                                                ครูผู้ช่วย


                              .............................................................................................................

                                                            แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๒๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๒

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๒  เรื่อง    ประสมผสานตัวสะกด    ภาคเรียนที่    ๑  เวลา  ๑๙  ชั่วโมง  คะแนน  ๑๐  คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก              (ชม.ที่ ๑- ๓ )

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการ

อ่าน

ตัวชี้วัด

ท ๑.๑ ป ๒/๑  อ่านออกเสียงคำคล้องจอง ข้อความ  และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้

ท ๑.๑ ป ๒/๒  อธิบายความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

มาตรฐาน ท ๓.๑  สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้  ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมี

วิจารณญาณ และสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด

ท ๓.๑ ป ๒/๖  พูดสื่อสารได้ชัดเจน ตรงตามวัตถุประสงค์

ท ๓.๑ ป ๒/๗  มีมารยาทในการฟังพูดอ่านเขียน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท ๔.๑  เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง

ภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัด

ท ๔.๑ ป ๒/๒  เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ

สาระสำคัญ

  คำควบกล้ำ  คือ  คำควบกล้ำ  แบ่งได้เป็น  คำควบแท้  คือ  คำที่มีพยัญชนะต้นควบกับ  ตัว  ว  ร  ล  แล้วออกเสียง

พร้อมกันทั้งสองเสียง  ส่วนคำควบไม่แท้  คือ  คำที่มีพยัญชนะต้นควบกับ  ตัว  ว  ร  ล  เวลาออกเสียงจะไม่ออกเสียงควบของตัว

ว  ร  และ  ล

ส่าระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑.  นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายคำควบกล้ำ  และคำควบกล้ำ

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑.  นักเรียนเขียนคำควบกล้ำได้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น

๒.  นักเรียนสามารถบอกความหมายของคำควบกล้ำได้ถูกต้อง

๓.  นักเรียนอ่านออกเสียงคำที่เป็นคำควบกล้ำได้

คุณลักษณะ (A)

๑.  มีความซื่อสัตย์

๒. มีมารยาทในการฟังและตอบคำถาม

๓.  รับผิดชอบงานที่มอบหมาย

๔.  ปฏิบัติตามคำสั่งได้ถูกต้อง

การประเมินผลรวบรวม

ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑.  แบบฝึกหัดการเขียนคำควบกล้ำและอักษรนำ      -  ตรวจแบบฝึกหัด

๒. แบบสังเกตการณ์ตอบคำถาม/การอ่านออก                      -    สังเกตพฤติกรรมตอบคำถาม/การอ่าน

การประเมินผลการทำแบบฝึกหัด

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๘ – ๑๐    คำ     เท่ากับ    ดี

คะแนน  ๕ – ๗      คำ    เท่ากับ                  พอใช้

คะแนน  ๐ – ๔      คำ    เท่ากับ    ปรับปรุง

การประเมิน

การอ่านออกเสียง

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

0 (ปรับปรุง)    1(พอใช้)      2 (ดี)

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๘ - ๑๐    เท่ากับ    ดี

คะแนน  ๕ - ๗    เท่ากับ  พอใช้

คะแนน  ๔ -  ๐    เท่ากับ  ปรับปรุง

กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่  ๑

ขั้นนำ

๑.  ให้สัญญาณนักเรียนในการทำสมาธิ  จากนั้นให้นักเรียนอ่านบทร้อยกรอง คำที่มีอักษรควบ  ร  ล  ว  จากหนังสือภาษาพาที  ชั้น

ป.  ๒  หน้า  ๑๐๕  พร้อมกัน  ๒-๓  เที่ยว

ขั้นสอน

๒. ให้นักเรียนตอบคำถามครูจากบทร้อยกรองที่อ่าน  เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร (อักษรควบ)

๓.  ให้นักเรียนบอกคำศัพท์ในบทเรียนว่ามีคำใดบ้างเป็นอักษรควบ    ครูบันทึกคำศัพท์บนกระดานให้นักเรียนได้ร่วมกันสังเกต และ

หาเหตุผล

๔.  ให้นักเรียนอ่านคำศัพท์บนกระดานพร้อมๆ  กัน  โดยมีครูคอยชี้แนะในการอ่านออกเสียงที่ถูกต้อง

๕.  นักเรียนและครูร่วมกันแปลความหมายของบทร้อยกรองที่อ่านว่ามีลักษณะอย่างไรบ้าง  พร้อมทั้งให้บอกความหมายของคำศัพท์

แต่ละคำให้ถูกต้อง

ขั้นสรุป

๖.ให้นักเรียนร่วมกันสรุปความหมายของอักษรควบ  และให้นักเรียนอ่านคำศัพท์บนกระดานอีกครั้งและคัดคำศัพท์ลงในสมุด


ชั่วโมงที่  ๒

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนอ่านบทร้อยกรองคำที่มีอักษรควบ  ๒-๓  เที่ยว

๒.ให้นักเรียนร่วมกันบอกความหมายของอักษรควบอย่างพอสังเขป  และบอกความหมายของคำศัพท์แต่ละคำที่ได้เรียนไปในบท

เรียน

ขั้นสอน

๓.  ให้นักเรียนทุกคนร่วมกันอ่านคำศัพท์จากบัตรคำที่ครูกำหนดให้อย่างชัดเจนและถูกต้องตามอักขรวิธีการอ่านออกเสียง  (ถ้าอ่าน

ไม่ได้ให้อ่านตามครู  ๑  เที่ยวก่อน)

๔.  สุ่มนักเรียนเพื่อเป็นแบบในการอ่านออกเสียงอักษรควบให้สมาชิกในห้องได้เรียนรู้กัน  โดยมีครูคอยแนะนำอย่างใกล้ชิด

๕.  ขออาสาสมัครอีกคนเพื่อทำการอ่านออกเสียงอักษรควบว่าเป็นอย่างไรบ้าง  ครูมอบหมายงานให้นักเรียนกลับไปอ่านบทร้อย

กรองอักษรควบ  เป็นการบ้าน

๖.  ให้นักเรียนหยิบสมุดประจำวิชาขึ้นมาเพื่อเขียนตามคำบอกจากบทเรียนที่เรียนเกี่ยวกับอักษรควบและจากนอกบทเรียน

จำนวน    ๑๐  คำ  หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมให้นักเรียนเปลี่ยนกันตรวจอักษรควบที่เขียนไปว่าถูกต้องมากน้อยเพียงใด

ขั้นสรุป

๗.นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาอักษรควบ  และร่วมกันอ่านคำศัพท์ในบทเรียนอีกครั้ง  ครูเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับอักษรควบ


ชั่วโมงที่  ๓

ขั้นนำ ๑.ให้นักเรียนอ่านบทร้อยกรองอักษรควบ  อ่านคำศัพท์ที่เป็นคำควบกล้ำในบทเรียนที่เฉลยแล้วพร้อมๆ  กัน  แล้วร่วมกันบอกความ

หมายของอักษรควบอีกครั้ง

ขั้นสอน

๒.ให้นักเรียนร่วมกันทบทวนการอ่านบัตรคำอักษรควบที่ครูกำหนดให้

๓.นักเรียนและครูร่วมกันตกลงกติกามารยาทในการทำใบงานที่ครูกำหนดให้    โดยให้นักเรียนทำแผนที่ความคิดเกี่ยวกับอักษรควบ

ที่นักเรียนได้เรียนไปทั้งหมดว่านักเรียนมีความรู้ความเข้าใจมากน้อยเพียงใด  มาคนละ  ๑  ชิ้น

๔.  เมื่อนักเรียนเข้าใจกระบวนการในการทำกิจกรรมแล้วให้นักเรียนออกมารับกระดาษเอ  ๔  จากครูคนละ  ๑  แผ่น

๕.  นักเรียนปฏิบัติตามคำสั่งที่ครูกำหนดตามขั้นตอน  โดยมีครูคอยให้คำแนะนำและชี้แนะนักเรียนให้เกิดความหลากหลายในการ

เรียนรู้มากยิ่งขึ้น

๖.ใครทำกิจกรรมเสร็จเรียบร้อยให้ส่งที่ครู  ถ้าใครยังไม่เสร็จให้ทำเป็นการบ้านแล้วนำมาส่งในชั่วโมงถัดไป

ขั้นสรุป

๗. นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาเรื่องอักษรควบ แล้วร่วมกันอ่านคำศัพท์อีกครั้ง

สื่อการเรียนรู้

๑.หนังสือเรียนภาษาพาที  ชั้น  ป.๑

๒.บัตรคำ


                                    ...........................................................................................................


                                                                  แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๒๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๒

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๒  เรื่อง  ประสมผสานตัวสะกด    ภาคเรียนที่    ๑  เวลา  ๑๙  ชั่วโมง  คะแนน  ๑๐  คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก              (ชม.ที่ ๔- ๑๑ )

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการ

อ่าน

ตัวชี้วัด

ท ๑.๑ ป ๒/๑  อ่านออกเสียงคำคล้องจอง ข้อความ  และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้

ท ๑.๑ ป ๒/๒  อธิบายความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

มาตรฐาน ท ๓.๑  สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้  ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมี

วิจารณญาณ และสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด

ท ๓.๑ ป ๒/๖  พูดสื่อสารได้ชัดเจน ตรงตามวัตถุประสงค์

ท ๓.๑ ป ๒/๗  มีมารยาทในการฟังพูดอ่านเขียน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท ๔.๑  เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง

ภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัด

ท ๔.๑ ป ๒/๒  เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ

สาระสำคัญ

  การพูดแสดงความคิดเห็น  คือ  การพูดแสดงทัศนคติของตนเองที่มีต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  เพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นได้รับรู้และ

เข้าใจในความคิดเห็นของตนเอง  การพูดสื่อสารในชีวิตประจำวัน  เป็นการสื่อสารถ่ายทอดความรู้สึกของตนเองให้คนรอบข้างได้รู้

และเข้าใจในความต้องการของตนเอง

ส่าระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑.นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพูดแสดงความคิดเห็น และการพูดสื่อสารในชีวิตประจำวัน

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑.นักเรียนสามารถพูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องหรือหัวข้อที่กำหนดให้ได้

๒.นักเรียนมีทักษะการสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ดี

คุณลักษณะ (A)

๑.มีความมั่นใจ

๒. มีมารยาทในการพูดสื่อสาร

๓. ตรงต่อเวลา

๔.  ปฏิบัติตามคำสั่งได้ถูกต้อง

การประเมินผลรวบรวม

ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑.  การนำเสนอหน้าชั้นเรียน -  แบบบันทึกพฤติกรรม

๒.  รายงาน/เนื้อหาที่นำมารายงาน -  ตรวจรายงาน

๓.  แบบทดสอบ -  ตรวจแบบทดสอบ

๔. แบบบันทึกพฤติกรรม -  สังเกตพฤติกรรมนักเรียน

การประเมินผล  การนำเสนอหน้าชั้นเรียน /การทดสอบการพูด

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๘ – ๑๐    คะแนน   เท่ากับ    ดี

คะแนน  ๕ – ๗    คะแนน เท่ากับ พอใช้

คะแนน  ๐ – ๔      คะแนน เท่ากับ  ปรับปรุง

การประเมิน

การอ่านออกเสียง

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

0 (ปรับปรุง)       1(พอใช้)      2 (ดี)

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๘ - ๑๐    เท่ากับ    ดี

คะแนน  ๕ - ๗    เท่ากับ  พอใช้

คะแนน  ๔ -  ๐    เท่ากับ  ปรับปรุง

กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่  ๑

ขั้นนำ

๑.  ให้สัญญาณนักเรียนในการทำสมาธิ  เพื่อเตรียมทำแบบทดสอบก่อนเรียน

ขั้นสอน

๒. นักเรียนและครูทำความเข้าใจการทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่องการพูดสื่อสาร

๓.  นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนตามที่กำหนดไว้  เป็นเวลา  ๑๕-๒๐  นาที

๔.  เมื่อหมดเวลาครูให้สัญญาณนักเรียนในการเก็บแบบทดสอบ  เพื่อตรวจดดูคะแนนเบื้องต้น

๕.  ครูตั้งคำถามซักถามนักเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาที่จะเรียนต่อไป  เรียนเรื่องอะไร  (การพูดสื่อสาร)  ขอความแทน  หรืออาสาสมัคร

ออกมาอธิบายความหมายเกี่ยวกับเรื่องที่เราจะเรียนต่อไป  ว่า  การพูด  คืออะไร  การสื่อสาร  หมายถึงอะไร

๖. ขออาสาสมัครแสดงพฤติกรรมการพูดสื่อสารว่าสิ่งที่แสดงอยู่นั้นเป็นอย่างไรบ้าง  มีลักษณะอย่างควรมีการปรับเปลี่ยนส่วนใดที่ไม่

ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมบ้าง  แสดงบทบาทสมมุติ

๗. ให้มีการปรับเปลี่ยนสถานการณ์หรือบทบาทสมมุติตามความเหมาะสม

ขั้นสรุป

๘.ให้นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความหมายของการพูดสื่อสาร    และมารยาทในการพูดสื่อสารให้นักเรียนได้เข้าใจถึงกระบวนการ

พูดสื่อสารที่ถูกต้อง


ชั่วโมงที่  ๒

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนทำท่าทางประกอบเพลงตามอิสระ  ประมาณ  ๕  นาที  แล้วให้นักเรียนกลับนั่งประจำที่

ขั้นสอน

๒.  ให้นักเรียนทุกคนร่วมกันสรุปความหมายของการพูดแสดงความคิดเห็นจากแบบทดสอบก่อนเรียนที่นักเรียนได้ทำมา  และตอบ

คำถามครู  จากนั้นครูอธิบายเสริมเพิ่มเติมให้กับนักเรียนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

๓.  ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น  ๑๐  กลุ่ม ๆ ละ เท่ากัน  เพื่อทำการศึกษาใบความรู้เรื่องการพูดสื่อสาร

๔.  ครูกำหนดให้นักเรียนศึกษาใบความรู้  เรื่องการพูดแสดงความคิดเห็น  ประมาณ  ๑๐  นาที  แล้วให้ตัวแทนในกลุ่มออกมาสรุป

เนื้อหาที่ควรจะเป็นเกี่ยวกับการพูดแสดงความคิดเห็นให้กลุ่มสมาชิกได้เข้าใจ

๕.  ให้สัญญาณตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียนโดยครูคอยให้คำแนะนำ  และชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์การประเมิน

๖.  ตัวแทนนำเสนอหน้าชั้นเรียนสมาชิกกลุ่มแต่ละกลุ่มให้ความร่วมมือมีมารยาทในการฟังผู้นำเสนอหน้าชั้นเรียนแต่ละกลุ่ม  โดยใช้

เวลา  กลุ่มละ  ๒-๓  นาที

ขั้นสรุป

๗.ให้นักเรียนร่วมกันสรุปและชี้แจงเกี่ยวกับรายละเอียดการพูดแสดงความคิดเห็น  เพื่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้น


ชั่วโมงที่  ๓

ขั้นนำ

๑.  ให้นักเรียนร่วมกันสรุปและทบทวนความหมายและลักษณะของการพูดแสดงความคิดเห็นจากตัวแทนที่ออกมานำเสนอหน้าชั้น

เรียน

ขั้นสอน

๒.  ให้สัญญาณนักเรียนร้องเพลงจับกลุ่มกัน  กลุ่มละ  ๒  คนแล้ว

๓.  เมื่อนักเรียนได้สนทนาและสรุปเนื้อหาเสร็จแล้ว  ครูนำเสนอกิจกรรมให้นักเรียนได้ทราบถึงกระบวนการและขั้นตอนของการพูด

แสดงความคิดเห็นกับหัวข้อ  หรือเรื่องที่ครูจะกำหนดให้ ซึ่งอาจจะเป็นลักษณะของข่าวประจำวัน  สารคดี  (เกษตร  เศรษฐกิจ  การ

เมือง  สังคม  ท่องเที่ยว  ฯลฯ )  มาฝึกให้นักเรียนได้พูดแสดงความคิดเห็น

๔.  เมื่อนักเรียนร่วมกันเลือกและฟังเนื้อหาและข่าวที่ครูกำหนดให้แล้ว  นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวที่กำหนดมา

ให้  ๑๐  นาที

๕.  เมื่อนักเรียนแต่ละคู่ได้ดำเนินการสรุปและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาที่กำหนดให้แล้วให้ตัวแทนคนใด คนหนึ่ง  ออกมานำ

เสนอหน้าชั้นเรียนตามความสมัครใจ  ครูสังเกตการนำเสนอของนักเรียนแต่ละกลุ่ม

ขั้นสรุป

๖. เมื่อนักเรียนร่วมกันนำเสนอเสร็จ  ครูเสนอแนะเพิ่มเติมวิธีการพูดแสดงความคิดให้นักเรียนได้เข้าใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่


ชั่วโมงที่  ๔

ขั้นนำ

๑.ให้สัญญาณนักเรียนออกมาหาพื้นที่ว่างเป็นของตนเองเพื่อเคลื่อนไหวร่างกายตามคำสั่ง  ๕  นาที  เพื่อเตรียมความพร้อม

ขั้นสอน ๒.นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการพูดแสดงความคิดเห็นจากกิจกรรมที่ได้ดำเนินไปว่าเป็นอย่างไรบ้าง  เพื่อให้นักเรียนได้

ปรับเปลี่ยนวิธีการในการนำเสนอใหม่อีกครั้ง

๓.เมื่อนักเรียนได้ทำความเข้าใจถึงวิธีการแก้ไขปรับปรุงในการนำเสนอแล้ว  ให้นักเรียนดำเนินการใหม่  โดยนักเรียนเลือกเรื่องราวที่

กลุ่มตนเองสนใจขึ้นมา ๑เรื่อง  แล้วทำการค้นหาข้อมูลจากห้องสมุด  หรือจากหนังสือพิมพ์  นิตยสารที่ได้ข้อมูลมาทำการวิเคราะห์

๔.เมื่อนักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลแล้วนำมาเสนอพูดแสดงความคิดเห็นหน้าชั้นเรียนจากข้อมูลที่กลุ่มตนเองสนใจเลือกมานำเสนอ

พูดแสดงความคิดเห็น

๕.เมื่อนักเรียนมีความพร้อมในข้อมูลแล้วให้ตัวแทนเตรียมเนื้อหาและเตรียมตัวในการนำเสนอด้วย

ขั้นสรุป

๖.ให้นักเรียนนำเสนอพูดแสดงความคิดเห็นหน้าชั้นเรียนเป็นรายกลุ่ม  ๆ ละ  ๒-๓  นาทีครูคอยแนะนำและควบคุมการดำเนินการไป

ตามขั้นตอน


ชั่วโมงที่  ๕

ขั้นนำ

๑.  ให้นักเรียนสรุปและทบทวนเนื้อหาเกี่ยวกับการพูดแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง  จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันพิจาณา  ระหว่างคำว่า

การพูดแสดงความคิดเห็นกับ  การพูดสื่อสารในชีวิตประจำวันมีความเหมือนหรือความแตกต่างกันอย่างไร

ขั้นสอน

๒.  นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น  ความรู้สึกที่ตนเองมี    ครูคอยเสริมให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายความหมายการพูดสื่อสารใน

ชีวิตประจำวันและการเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของพูดสื่อสารในชีวิตประจำวันกับการพูดแสดงความคิดเห็นว่ามี

ความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

๓.  ทดลองให้นักเรียนยกตัวอย่างการพูดสื่อสารในชีวิตประจำวัน  ว่ามีการพูดอย่างไรบ้าง

๔.  ให้นักเรียนจับคู่กันเพื่อทำการศึกษาข้อมูลจากใบความรู้ เรื่องการพูดสื่อสารในชีวิตประจำวัน  เวลา  ๑๐  นาที

๕.  ครูตั้งคำถามซักถามเรื่องหรือเนื้อหาที่นักเรียนได้ศึกษา  จากนั้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด  ๕  ข้อ  ลงในสมุดประจำวิชา

ขั้นสรุป

๖.  เมื่อนักเรียนได้ทำแบบฝึกหัดเสร็จแล้วร่วมกันเฉลยคำตอบที่ถูกต้อง  จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาอย่างพอสังเขป


ชั่วโมงที่  ๖

ขั้นนำ

๑.ให้สัญญาณนักเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียน

๒.นักเรียนตอบคำถามครูจากแบบฝึกหัดเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาจำนวน  ๕  ข้อ

ขั้นสอน

๓.  ครูนำนักเรียนสนทนาถึงเนื้อหา  การพูดสื่อสารในชีวิตประจำวันจากเนื้อหาที่นักเรียนได้ศึกษา  ว่ามีการพูดแบบใดบ้าง  (  มี  ๒

ประเภทใหญ่ๆ  ได้แก่  ๑.  การพูดแบบไม่เป็นทางการ  ได้แก่  การพูดทักทาย  การพูดสนทนา  และการพูดแนะนำตัว  ๒.  การพูด

แบบเป็นทางการ )

๔.  ให้นักเรียนฝึกพูดแบบไม่เป็นทางการก่อนว่าการพูดแต่ละแบบควรปฏิบัติตนอย่างไรบ้างโดยครูขอตัวแทนออกมานำเสนอหน้าชั้น

เรียนเป็นตัวอย่าง

๕.  จากนั้นให้สุ่มตัวแทนทดลองออกมาพูดแบบไม่เป็นทางการให้สมาชิกและครูได้ฟัง

๖.  ให้เวลานักเรียนในการฝึกพูดแบบไม่เป็นทางการ  แล้วให้ออกมาทดสอบพูดนำเสนอหน้าชั้นเรียนเป็นรายบุคคล

ขั้นสรุป

๗.  เมื่อนักเรียนได้นำเสนอหน้าชั้นเรียนเสร็จแล้ว  ให้ร่วมกันสรุปวิธีการพูดสื่อสารแบบไม่เป็นทางการอีกครั้ง  แล้วครูเพิ่มเติมและ

เสนอแนะและเสริมการพูดของนักเรียนเป็นตัวอย่าง


ชั่วโมงที่  ๗

ขั้นนำ

๑.  ให้นักเรียนทำสมาธิ เพื่อทำการสรุปเนื้อหาเรื่องการพูดสื่อสารแบบไม่เป็นทางการก่อนเข้าสู่บทเรียนอึกครั้ง

ขั้นสอน

๒.  เมื่อนักเรียนได้เข้าใจกระบวนการพูดสื่อสารแบบไม่เป็นทางการแล้ว  ให้เชื่อมโยงเนื้อหาด้วยการพูดแบบเป็นทางการให้นักเรียน

ได้เรียนรู้และศึกษาตามสภาพความเป็นจริง

๓. ครูอธิบายพร้อมทั้งสาธิตการพูดแบบเป็นทางการให้นักเรียนได้ดูเป็นตัวอย่าง  และเป็นแบบที่นักเรียนแต่ละคนจะต้องจนจำและนำ

ไปใช้ในชีวิตประจำวัน  เช่น  การรายงานหน้าชั้นเรียน  การพูดในที่สาธารณะ    การประชุม  ฯเป็นต้น

๔.  ขออาสาสมัคร หรือนักเรียนที่มีความสามารถในการพูดแบบทางการได้ค่อนข้างดีให้ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียนเป็นตัวอย่างให้

นักเรียนได้ดู

๕.  ให้นักเรียนทดลองฝึกพูดแบบเป็นทางการโดยการจับคู่ให้พูดทีละคนก่อน  ครูคอยแนะนำและเสนอแนะเพิ่มเติม  เสริมแรงนัก

เรียนที่ทำได้ดีให้เป็นตัวอย่างและฝึกซ้อมให้คล่องเพื่อทำการทดสอบต่อไป

๖.  ให้นักเรียนฝึกพูดแบบทางการจากวิธีการและเนื้อหาที่ครูให้ไป  ประมาณ  ๑๐  นาที  ก่อนทดสอบเก็บคะแนนการพูดแบบเป็น

ทางการเป็นรายบุคคล

๗.  นักเรียนทดสอบการพูดแบบเป็นทางการเป็นรายบุคคล  ไปเรื่อยๆ  จนหมดชั่วโมง  และค่อยทดสอบต่อในชั่วโมงถัดไป

ขั้นสรุป

๘.  นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาการพูดแบบเป็นทางการ และแบบไม่เป็นทางการอีกครั้ง


ชั่วโมงที่  ๘

ขั้นนำ

๑.  ให้นักเรียนเตรียมความพร้อมโดยการทำสมาธิในการเตรียมตัวสอบต่อไป

ขั้นสอน

๒.  นักเรียนสนทนากับครูเกี่ยวกับการทดสอบการพูดแบบเป็นทางการเมื่อชั่วโมงที่ผ่านในเรื่องที่ควรปรับปรุง  หรือเรื่องที่ควรปฏิบัติ

สำหรับนักเรียนที่ยังไม่ได้รับการทดสอบ  แต่จะรับการทดสอบในชั่วโมงนี้

๓.  ให้นักเรียนเตรียมตัวประมาณ  ๑๐  นาที  ในส่วนที่ยังไม่ทดสอบ  และนักเรียนที่ได้ทำการทดสอบแล้ว  ให้นักเรียนมีมารยาทใน

การฟังผู้อื่นพูด  เป็นมารยาทที่ควรมีในตัว

๔.  ให้นักเรียนที่พร้อมแล้วออกมาทดสอบการพูดเป็นรายบุคคล  โดยมีครูคอยแนะนำและชี้แนะ  เสริมแรงบวกให้กับนักเรียนจน

เสร็จ

๕.  ช่วงเวลาที่เหลือ ประมาณ  ๑๐-๑๕  นาที  ให้นักเรียนทำแบบทดสอบ  เรื่อง  การพูดแสดงความคิดเห็น และการพูดสื่อสารใน

ชีวิตประจำวัน

ขั้นสรุป

๗. เมื่อนักเรียนทำแบบทดสอบเสร็จแล้วให้ส่งครู  และเตรียมเนื้อหาใหม่ที่จะเรียนต่อไป

สื่อการเรียนรู้

๑ หนังสือเรียนภาษาพาที  ชั้น  ป.๒

๒.ใบความรู้ เรื่องการพูดแสดงความคิดเห็นและการพูดสื่อสารในชีวิตประจำวัน

๓. หนังสือเรียน  วรรณคดีลำนำ  ป.๒


                                ............................................................................................................

                                                                    แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๒๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๒

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๒  เรื่อง    ประสมผสานตัวสะกด    ภาคเรียนที่    ๑  เวลา  ๑๙  ชั่วโมง  คะแนน  ๑๐ คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก            (ชม.ที่ ๑๒- ๑๗)

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการ

อ่าน

ตัวชี้วัด

ท ๑.๑ ป ๒/๑  อ่านออกเสียงคำคล้องจอง ข้อความ  และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้

ท ๑.๑ ป ๒/๒  อธิบายความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

มาตรฐาน ท ๓.๑  สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้  ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมี

วิจารณญาณ และสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด

ท ๓.๑ ป ๒/๖  พูดสื่อสารได้ชัดเจน ตรงตามวัตถุประสงค์

ท ๓.๑ ป ๒/๗  มีมารยาทในการฟังพูดอ่านเขียน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท ๔.๑  เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง

ภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัด

ท ๔.๑ ป ๒/๒  เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ

สาระสำคัญ

  การแจกลูก  เป็นการ  แยกตัวพยัญชนะและสระออกจากกันแล้วสามารถนำมาประสมกันเป็นคำหนึ่งคำที่มีความหมาย -

การสะกดคำ  คือ  อ่านออกเสียงตัวพยัญชนะ  และสระ  เมื่อนำมาประสมเป็นคำแล้วจะมีเสียงอย่างไร


ส่าระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑.นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจการแจกลูกคำ และสะกดคำอ่าน

๒.นักเรียนอ่านแจกลูกคำ  และสะกดคำอ่านได้ถูกต้อง

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑.นักเรียนเขียนแจกลูกคำ และสะกดคำ คำต่างๆ  ได้ถูกต้อง

๒.นักเรียนอ่านออกเสียงคำที่กำหนดให้ได้

คุณลักษณะ (A)

๑.  มีความตั้งใจและสนใจเรียน

๒. ให้ความร่วมมือ

๓.  มีความรับผิดชอบ

การประเมินผลรวบรวม

ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑. แบบฝึกหัดการเขียนแจกลูกคำ-สะกดคำ            -  ตรวจแบบฝึกหัด

๒. แบบทดสอบการเขียนแจกลูกคำ - สะกดคำ                      -  ตรวจแบบทดสอบ

การประเมินผลการทำแบบฝึกหัด

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๘ – ๑๐      คำ     เท่ากับ    ดี

คะแนน  ๕ – ๗        คำ    เท่ากับ                  พอใช้

คะแนน  ๐ – ๔        คำ    เท่ากับ  ปรับปรุง

การประเมิน

การอ่านออกเสียง

ประเด็นการประเมิน

                                  เกณฑ์การให้คะแนน

                0 (ปรับปรุง)                   1(พอใช้)  2 (ดี)

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๘ - ๑๐    เท่ากับ    ดี

คะแนน  ๕ - ๗    เท่ากับ  พอใช้

คะแนน  ๔ -  ๐    เท่ากับ  ปรับปรุง

กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่  ๑

ขั้นนำ

๑.  ให้สัญญาณนักเรียนหาพื้นที่ว่างเป็นของตนเองเพื่อทำท่าทางตามคำสั่ง  ประมาณ  ๑๐  นาที

ขั้นสอน

๒. ให้นักเรียนอ่านบัตรคำที่ครูชูขึ้นมาให้พร้อมๆ  กัน  ๑  เที่ยว  จากนั้นให้นักเรียนทดสอบสะกดคำที่ละคำ  เพื่อให้นักเรียนได้รู้จัก

สระและมีความจำมากยิ่งขึ้น แล้วตั้งคำถามซักถามนักเรียนเกี่ยวกับคำศัพท์ที่นักเรียนอ่านว่าประสมด้วยพยัญชนะและสระอะไร  ให้

บอกเป็นชื่อและเสียงของพยัญชนะและสระนั้นๆ

๓.จากนั้นทดสอบให้นักเรียนแจกลูกคำคำศัพท์ทีละคำเป็นรายบุคคล  โดยครูคอยสังเกตการณ์แจกลูกคำของนักเรียนเป็นรายบุคคล

จากนั้นครูอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติมให้กับนักเรียนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

๔.  ให้นักเรียนนำสมุดประจำวิชาขึ้นมาเพื่อเขียนแจกลูกคำจากคำศัพท์ที่กำหนดมาให้

ขั้นสรุป

๕.ให้นักเรียนร่วมกันสรุปการแจกลูกคำ  แล้วร่วมกันอ่านคำศัพท์พร้อมๆ กันอีก  ๑  เที่ยว


ชั่วโมงที่  ๒

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนอ่านแจกลูกคำจากสมุดการบ้านพร้อมๆ  กัน  ๑-๒  เที่ยว

๒.จากนั้นให้นักเรียนอ่านแจกลูกคำเป็นรายบุคคล

ขั้นสอน

๓.  ให้นักเรียนทบทวนคำศัพท์ที่ได้อ่านไป  โดยซักถามแจกลูกคำเป็นตัวพยัญชนะและตัวสระออกให้ชัดเจน

๔. ให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียนภาษา  พาที  ป.๒  หน่วยที่  ๒  หน้า  ๑๓  แล้วร่วมกันหาคำศัพท์ที่นักเรียนคิดว่าเป็นคำยาก  มาคน

ละ  ๑  คำ  โดยครูบันทึกบนกระดานให้นักเรียนได้อ่าน

๕.  จากนั้นนักเรียนร่วมกันแจกลูกคำจากคำศัพท์ที่ร่วมกันค้นหาทีละคำ  แล้วร่วมกันอ่านแจกลูกคำจากคำศัพท์บนกระดานพร้อมๆ

กัน

๖.  ให้นักเรียนบันทึกลงในสมุด  เพื่อนำไปอ่านทบทวนให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

ขั้นสรุป

๗.  นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาโดยการอ่านคำศัพท์บนกระดานอีก  ๑  เที่ยว


ชั่วโมงที่  ๓

ขั้นนำ

๑.  ให้นักเรียนทบทวนการอ่านและเขียนแจกลูกคำที่ได้เขียนไปเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาอีกครั้ง

ขั้นสอน

๒. พยายามฝึกให้นักเรียนอ่านแจกลูกคำเป็นรายบุคคล  จากคำศัพท์ที่ได้บันทึกลงในสมุด

๓.  ให้นักเรียนอ่านคำและชุดคำ  จากหนังสือ  ภาษา  พาที  ป.๒  หน้า  ๒๐  -  ๒๒  แล้วร่วมกันแจกลูกคำจากคำที่นักเรียนได้อ่าน

๔.  เมื่อนักเรียนมีความเข้าใจในเนื้อหามากขึ้นแล้วให้แต่ละคนคิดคำศัพท์ หรือคำที่ครูกำหนดให้แล้วให้ออกมาเขียนแจกลูกทีละคน

ที่ได้มอบหมายตามข้อที่กำหนด

๕.  เมื่อนักเรียนเขียนเสร็จ  ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบกับคำที่นักเรียนได้เขียนมาว่าถูกต้องหรือไม่  ครูประเมินนักเรียนใน

ภาพรวม

ขั้นสรุป

๖. ให้นักเรียนบันทึกการบ้านลงในสมุดแล้วร่วมกันสรุปเนื้อหาอีกครั้งเพื่อเป็นตัวอย่างในการทำการบ้าน


ชั่วโมงที่  ๔

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนทบทวนการอ่านและเขียนแจกลูกคำที่ได้ทำเป็นการบ้าน

๒.ให้ตัวแทนออกมาเฉลยการบ้านเป็นรายบุคคลตามที่ได้รับมอบหมาย

ขั้นสอน

๓. นักเรียนและครูร่วมกันพิจารณาโจทย์การบ้านทีละข้อ  โดยร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่าถูกต้องหรือไม่  เพราะเหตุใด  ให้บอก

เหตุผลประกอบ

๔.  ให้นักเรียนเชื่อมโยงเนื้อหาการแจกลูกคำแล้วมาเขียนเป็นสะกดคำอ่าน  ครูซักถามนักเรียนว่าสะกดคำอ่านคืออะไร  ให้นักเรียน

ยกตัวอย่างประกอบ

๕.  ครูยกตัวอย่างเพิ่มเติมและเน้นย้ำความเข้าใจของนักเรียนมากยิ่งขึ้น  โดยถามเป็นรายบุคคลในเนื้อหาพอสังเขป

๖.  ให้นักเรียนยกตัวอย่างคำขึ้นมาเพื่อให้ครูอธิบายและสาธิตการเขียนสะกดคำแล้วให้นักเรียนฝึกอ่านไปพร้อมๆ  กัน

๗.  เมื่อนักเรียนเข้าใจแล้วให้บันทึกความคิดรวบยอด  และฝึกทำแบบฝึกหัดที่ครูกำหนดให้

ขั้นสรุป

๘. นักเรียนร่วมกันสรุปการเขียนสะกดคำอ่านและฝึกอ่านสะกดคำอีกครั้ง


ชั่วโมงที่  ๕

ขั้นนำ

๑.  ให้นักเรียนฟังนิทานอีสป  ๑  เรื่อง  เพื่อสอนและเตือนใจนักเรียน  และตั้งคำถามซักถามนักเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาในเรื่อง

ขั้นสอน

๒.  ให้นักเรียนอ่านสะกดคำจากแบบฝึกหัดที่ครูกำหนดให้เมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา  พร้อมๆ กัน

๓.  ขอตัวแทนอ่านสะกดคำทีละคน  โดยมีครูคอยแนะนำและเสริมแรงการอ่านของนักเรียน

๔.  จากนั้นให้นักเรียนได้อ่านคำศัพท์ที่ครูชูขึ้นมาให้นักเรียนได้อ่านพร้อม ๆ  กัน  ๑  เที่ยว  และฝึกสะกดคำไปด้วย  ๑  เที่ยว

๕.  ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดการเขียนสะกดคำที่ครูกำหนดให้เสร็จภายในชั่วโมงเพื่อทำการประเมินนักเรียนว่ามีความเข้าใจและ

สามารถเขียนได้มากน้อยเพียงใด  ครูสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียน

ขั้นสรุป

๖. นักเรียนร่วมกันอ่านคำศัพท์ที่ครูให้ฝึกเขียนสะกดคำอ่านและฝึกอ่านสะกดคำซ้ำ  จากนั้นให้นักเรียนกลับไปทบทวนเนื้อหาตั้งแต่

การแจกลูก  และสะกดคำ  เพื่อเตรียมทดสอบต่อไป


ชั่วโมงที่  ๖

ขั้นนำ

๑.  ให้นักเรียนทบทวนเนื้อหาตั้งแต่การแจกลูก  และการสะกดคำ  เพื่อเตรียมทำแบบทดสอบที่ครูกำหนดให้

ขั้นสอน

๒.  ให้นักเรียนอ่านแจกลูก  การสะกดคำจากแบบฝึกหัดที่ครูกำหนดให้ทั้งหมด

๓.  นักเรียนและครูร่วมกันตกลงกติกามารยาทในการทำแบบทดสอบ  โดยครูชี้แจงพฤติกรรมนักเรียนที่ไม่เหมาะสมขณะทำแบบ

ทดสอบและ  นักเรียนที่ยังไม่เข้าใจ  ให้มีการปรับปรุงใหม่

๔.  นักเรียนจัดสถานที่เพื่อทำการทดสอบการแจกลูกคำ  และสะกดคำ  เมื่อพร้อมแล้วครูแจกแบบทดสอบให้กับนักเรียนเขียนชื่อ

ชั้น เลขที่ให้เรียบร้อยแล้วฟังคำสั่งให้ถูกต้องการลงมือทำ

๕.  เมื่อนักเรียนเข้าใจแล้วให้สัญญาณลงมือทำแบบทดสอบอย่างตั้งใจ  เมื่อหมดเวลาให้นักเรียนส่งแบบทดสอบที่ครูให้เรียบร้อย

แล้วจัดสถานที่สอบกลับเข้าที่เดิม

ขั้นสรุป

๖. นักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงเนื้อหาที่ทดสอบไปว่าเป็นอย่างไร  โดยครูคอยให้คำแนะนำ

สื่อการเรียนรู้

๑. หนังสือเรียนภาษาพาที  ชั้น  ป.๑

๒.บัตรคำ

๓.กระเป๋าผนัง

๔.แบบทดสอบ

๕.ใบความรู้


                          ................................................................................................................

                                                                แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๒๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๒

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๒  เรื่อง    ประสมผสานตัวสะกด    ภาคเรียนที่    ๑  เวลา  ๑๙  ชั่วโมง  คะแนน  ๑๐  คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก            (ชม.ที่ ๑๘- ๑๙)

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการ

อ่าน

ตัวชี้วัด

ท ๑.๑ ป ๒/๑  อ่านออกเสียงคำคล้องจอง ข้อความ  และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้

ท ๑.๑ ป ๒/๒  อธิบายความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

มาตรฐาน ท ๓.๑  สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

ที่นี่เทศบาลตำบลปริก

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน