เทศบาลตำบลปริก

คุยกับรองนายกเทศมนตรี

ฝากถึงรองกอเส็ม

by สุริยา ยีขุน @August,31 2007 12.58 ( IP : 203...183 ) | Tags : คุยกับรองนายกเทศมนตรี
  1. คุณลักษณะของผู้บริหารมืออาชีพ  ( Management  Professional ) จากประสบการณ์ในการทำงานที่ผ่านมาและจากการศึกษาโดยทั่วไป มักจะพบว่าการเป็นนักบริหารที่ดี นั้น ควรจะมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในแต่ละด้าน  เช่น
                    1.1 การมีภาวะผู้นำLeadership  ซึ่งจะต้องมีองค์ประกอบของความรู้ความเข้าใจ (Knowledge) การรู้จักตัดสินใจ  (decision  making) รู้จักและสามารถนำเอาวิธีการและกลยุทธในการแก้ไขปัญหา (problem solving)มาใช้ในการปฎิบัติงานในหน้าที่ได้  และเป็นบุคคลที่มีความสามารถในการเป็นผู้นำที่กำหนดทิศทางขององค์กรและเพื่อนร่วมงานได้เป็นอย่างดี (lead direction)  สร้างพลังในการทำงานเป็นทีม (team work)  และการมีส่วนร่วมของเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนเป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Initiative)  เป็นต้น
                    1.2 เป็นบุคคลที่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีและมีความรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ที่ได้รับหรืออยู่ในขอบข่ายของภารกิจที่รับผิดชอบอย่าง (Role Model & Responsibility)                 1.3 มีทักษะในการสื่อสาร(Communication skill) ที่เป็นเลิศ ที่สามารถสื่อสารทั้งทางตรง ทางอ้อม ที่ทำให้เพื่อนร่วมงานหรือผู้ที่อยู่ใต้การบังคับบัญชาสามารถเข้าใจง่าย และเข้าถึงในสิ่งที่เราต้องการสื่อสาร                 1.4 เป็นบุคคลที่มีวิสัยทัศน์ (vision) มีความคิดและมุมมองที่กว้าง  และเป็นผู้ที่มองการณ์ไกล
                    1.5 เป็นผู้ที่ยอมรับและเป็นผู้สร้างกระบวนการเรียนรู้ที่จะนำองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้(Knowledge Based Organization)

2 หลักการบริหารองค์กรให้ประสบผลสำเร็จ
        ในการบริหารงานไปสู่ความเป็นเลิศ และประสบผลสำเร็จ นั้น ผู้บริหารควรมีหลักการในการทำงานที่มีความชัดเจน ในแต่ละประเด็น อาทิ เช่น
                2.1 การกำหนดนโยบายบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมที่มีความคมชัด (Clear  Policy) ซึ่งสามารถที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมที่ต่อเนื่องและบังเกิดผล
                2.2 มีความรอบรู้และสามารถสั่งการหรือมอบหมายงานรวมทั้งการสื่อสารในองค์กร (Direction & Communication) ที่ทำให้เกิดการยอมรับในกลุ่มเพื่อนร่วมงานและผู้ที่อยู่ใต้การบังคับบัญชา  ที่ทุกคนสามารถเข้าใจได้ง่าย พร้อมที่จะรับนโยบายหรือรับคำสั่งไปใช้ในทางปฏิบัติได้
                2.3 ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ที่มีความสามารถบริหารจัดการในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง (Change management) ในองค์กรให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบและมีกระบวนการ โดยผ่านขั้นตอนของการเรียนรู้หรือการสร้างให้เกิดให้ความรู้ (Knowledge) กันในหมู่คณะ เพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา  เพื่อที่จะเข้าใจในผลประโยชน์ (Benefits for all)ที่จะเกิดขึ้นว่าเป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นแก่ส่วนรวมของคนหมู่มากและองค์กร โดยไม่มีวาระซ่อนเร้น(hidden agenda)แต่ประการใด    ซึ่งจะเป็นพลังขับเคลื่อนไปสู่การสร้างการยอมรับ (Buy in)ให้เกิดขึ้นในหมู่คณะ  ง่ายต่อการที่จะเข้ามามีส่วนร่วม (participation)  ก่อเกิดความรู้สึกและความรับผิดชอบที่ผูกพัน (commitment)ต่อองค์กร  และนำไปสู่ความเป็นวัฒนธรรม(Culture)ขององค์กรในที่สุด

3 ข้อเสนอแนะ / คำแนะนำสำหรับการบริหาร
การบริหารจัดการที่ดี พึงมีองค์ประกอบที่สำคัญ ๆ หลายประการ  ในเบื้องต้นผู้บริหารควรมีความยึดมั่นและให้ความสำคัญกับหลักการในการทำงาน (Principle focus) เพื่อที่จะสร้างเป็นบรรทัดฐานให้กับองค์กร  ด้วยการนำหลักการบริหารแบบธรรมาภิบาล (Good Governance) มาใช้ในการบริหารจัดการองค์กรและขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายที่พึงประสงค์ได้  ซึ่งหมายถึง การนำเอาแนวทางในการจัดระเบียบเพื่อให้องค์กรของเราเอง  สังคม และภาคประชาชนทั่วไป สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข และตั้งอยู่ใน ความถูกต้องเป็นธรรม ตามหลักพื้นฐานการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ประกอบด้วยหลักการ 6 ประการ ดังนี้

        1) หลักนิติธรรม (The Rule of Law)           หลักนิติธรรม หมายถึง การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ โดยถือว่าเป็นการปกครองภายใต้กฎหมายมิใช่ตามอำเภอใจ หรืออำนาจของ ตัวบุคคล จะต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม และความยุติธรรม รวมทั้งมีความรัดกุมและ รวดเร็วด้วย           2)หลักคุณธรรม (Morality)             หลักคุณธรรม หมายถึง การยึดมั่นในความถูกต้อง ดีงาม การส่งเสริม ให้บุคลากรพัฒนาตนเอง ไปพร้อมกัน เพื่อให้บุคลากรมีความซื่อสัตย์ จริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบ วินัย ประกอบอาชีพสุจริต เป็นนิสัย ประจำชาติ           3) หลักความโปร่งใส (Accountability)             หลักความโปร่งใส หมายถึง ความโปร่งใส พอเทียบได้ว่ามีความหมาย ตรงข้าม หรือเกือบตรงข้าม กับการทุจริต คอร์รัปชั่น โดยที่เรื่องทุจริต คอร์รัปชั่น ให้มี ความหมายในเชิงลบ และความน่าสะพรึงกลัวแฝงอยู่ ความโปร่งใสเป็นคำศัพท์ที่ให้แง่มุมในเชิงบวก และให้ความสนใจในเชิงสงบสุข ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ได้สะดวกและเข้าใจง่าย และมีกระบวนการให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้องอย่างชัดเจนในการนี้ เพื่อเป็น สิริมงคลแก่บุคลากรที่ปฏิบัติงานให้มีความโปร่งใส ขออัญเชิญพระราชกระแสรับสั่งในองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ที่ได้ทรงมีพระราชกระแสรับสั่ง ได้แก่ ผู้ที่มีความสุจริต และบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อยก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้ที่มีความรู้มาก แต่ไม่มีความสุจริต ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ           4) หลักการมีส่วนร่วม (Participation)             หลักการมีส่วนร่วม หมายถึง การให้โอกาสให้บุคลากรหรือผู้มี ส่วนเกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมทางการ บริหารจัดการเกี่ยวกับการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ เช่น เป็นคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และหรือ คณะทำงานโดยให้ข้อมูล ความคิดเห็น แนะนำ ปรึกษา ร่วมวางแผนและร่วมปฏิบัติ           5) หลักความรับผิดชอบ (Responsibility )               หลักความรับผิดชอบ หมายถึง การตระหนักในสิทธิและหน้าที่ ความสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม การใส่ใจปัญหาการบริหารจัดการ การกระตือรือร้นในการแก้ปัญหา และเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง รวมทั้งความกล้าที่จะยอมรับผลดีและผลเสียจากกระทำของตนเอง             6) หลักความคุ้มค่า (Cost – effectiveness or Economy)
        หลักความคุ้มค่า หมายถึง การบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรที่มีจำกัด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม โดยรณรงค์ให้บุคลากรมีความประหยัด ใช้วัสดุอุปกรณ์อย่างคุ้มค่า และรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืน

ในขณะเดียวกัน นักบริหารที่ดี ควรมีภาวการณ์เป็นผู้ที่สามารถจัดการการเปลี่ยนแปลง และความขัดแย้ง Conflict management ในองค์กรได้โดยก่อให้เกิดการยอมรับอย่างสร้างสรรค์ ไม่ให้เกิดความรู้สึกที่สูญเสียเป็นการแก้ปัญหาแบบชนะ-ชนะ (Win - Win Solution)  ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อให้บุคลากรในองค์กรเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ องค์กรแห่งการเรียนรู้และพัฒนา (Learning Organization) อยู่อย่างต่อเนื่อง

ผู้นำกับการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ผู้นำในปัจจุบันมีหน้าที่ในการกำหนดทิศทางและวิธีการปฏิบัติเพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ผู้นำควรจะต้องมี คือ ภาวะผู้นำ (Leadership) ซึ่งไม่ได้หมายถึงอำนาจในการควบคุม กำกับ บังคับบัญชาแบบเดิม (วัฒนธรรมอำนาจ) แต่หมายถึงความสามารถในการแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งการจะพัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership)  เริ่มจาก

  1. การปรับเปลี่ยนวิธีคิดหรือกระบวนทัศน์ (Paradigm shift)

หัวใจสำคัญของกระบวนทัศน์ใหม่ คือ การมีส่วนร่วม (Participation) เพราะชีวิตมนุษย์ประกอบด้วยมิติทางร่างกายและทางจิตใจ ด้วยเหตุนี้วิธีคิดเดิมที่เน้นการกำกับควบคุม เน้นการให้รางวัลและลงโทษ (Carrot and Stick) จึงตอบสนองมิติทางร่างกายได้เพียงอย่างเดียวซึ่งไม่เพียงพอ มนุษย์ต้องการการตอบสนองด้านจิตใจด้วย ดังนั้นจึงต้องเปิดโอกาสให้คนในองค์กรได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของในการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ขององค์กร อันจะนำมาซึ่งความร่วมมือร่วมใจ

  1. การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงาน

ผู้นำต้องปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานขององค์กร โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมของข้าราชการ ซึ่งโดยทั่วไปคนในองค์กรจะมีปฏิกิริยาต่อการปรับวัฒนธรรมการทำงาน แบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ - พวกบุกเบิก (Pioneer) คือ พวกที่เข้าร่วมการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มใจ พวกนี้จะมีประมาณ 1 ใน 5 ขององค์กร - พวกต่อต้าน บางครั้งถึงกับบ่อนทำลาย จะมีอยู่ประมาณ 5-10 % - พวกอยู่เฉยๆ รอดูไปเรื่อยๆ (Fence sitter) เป็นกลุ่มที่สามารถชักจูงให้เข้ารับการเปลี่ยนแปลงได้ กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มใหญ่ประมาณ 70 %

หน้าที่หลักของผู้นำองค์กร คือ ส่งเสริมพวก Pioneer และปรับเปลี่ยนพวก Fence sitter ให้เข้ามาเป็นแนวร่วม ทั้งนี้ เพื่อให้การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานขององค์กรประสบความสำเร็จ

วัฒนธรรมที่ผู้นำควรยึดถือ 12 ประการ 1.อย่าบังคับควบคุมผู้ปฏิบัติงาน ต้องจูงใจให้เขาอยากทำ (Incentives) และทำให้รู้สึก   ว่าเป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ (Ownership) 2.ต้องประพฤติตัวเป็นแบบอย่าง คือ ทำอย่างที่พูดให้ได้ 3.ทำตัวให้เห็นเด่นชัด 4.ส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงให้ชัดเจน 5.สนับสนุนผู้บุกเบิก 6.เสาะหาเลือดใหม่ๆและค่อยๆ ถ่ายเลือด คือ การผลักดันผู้บริหารระดับรองให้ก้าวขึ้น
  มามีบทบาทรับผิดชอบให้มากขึ้น 7.ขจัดความกลัว
8.สร้างความสำเร็จจากความสำเร็จ (Sell - Success) 9.สื่อสารกันตลอดเวลา (Communicate) 10.สร้างสะพานเชื่อมระหว่างกลุ่มต่างๆ ในองค์กร 11.ปรับกระบวนการบริหารให้สนับสนุนวัฒนธรรมองค์กร 12.ต้องดำเนินการต่อเนื่อง
บทสรุป

ผู้นำองค์กรในปัจจุบันจะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ต้องเป็นผู้ที่ส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงให้ทุกคนในองค์กรได้รับรู้อย่างชัดเจน โดยผู้นำต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน โดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm) หรือวิธีคิด ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของผู้นำ คือ การอ่าน ผู้นำจะต้องเป็นนักอ่าน และต้องเป็นการอ่านด้วยความอยากรู้ เพราะเมื่ออ่านมากแล้วก็จะสามารถเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ และนำมาใช้กับการพัฒนาองค์กรและตนเองได้


          เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า ผู้นำ (Leader) เป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งประการหนึ่งต่อความสำเร็จขององค์การทั้งนี้ เพราะผู้นำมีภาระหน้าที่ และความรับผิดชอบโดยตรงที่จะต้องวางแผนสั่งการดูแล และควบคุมให้บุคลากรขององค์การปฏิบัติงานต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ปัญหาที่เป็นที่สนใจของนักวิชาการและบุคคลทั่วไปอยู่ตรงที่ว่า ผู้นำทำอย่างไรหรือมีวิธีการนำอย่างไรจึงทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือผู้ตามเกิดความผูกพันกับงานแล้วทุ่มเทความสามารถ และพยายามที่จะทำให้งานสำเร็จด้วยความเต็มใจ ในขณะที่ผู้นำบางคนนำอย่างไร นอกจากผู้ใต้บังคับบัญชาจะไม่เต็มใจในการปฏิบัติงานให้สำเร็จอย่างมประสิทธิภาพแล้ว ยังเกลียดชังและพร้อมที่จะร่วมกันขับไล่ผู้นำให้ไปจากองค์การ

        เพื่อให้เข้าใจภาวะผู้นำ (Leadership) และผู้นำ (Leader) ดีขึ้น จึงเสนอความหมายของผู้นำ (Leader) ไว้ดังนี้
          ผู้นำ คือ บุคคลที่มีความ สามารถในการใช้อิทธิพลให้คนอื่นทำงานในระดับต่าง ๆ ที่ต้องการ ให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ (McFarland,1979:214-215)         ผู้นำ คือ ผู้ที่สามารถในการชักจูงให้คนอื่นทำงานให้สำเร็จตามต้องการ (Huse, 1978:227)        ผู้นำ คือ บุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุดในกลุ่ม และเป็นผู้ที่ต้องปฏิบัติภาระหน้าที่ของตำแหน่งผู้นำที่ได้รับมอบหมายบุคคลอื่นในกลุ่มที่เหลือก็คือผู้ตาม แม้จะเป็นหัวหน้ากลุ่มย่อย หรือผู้ช่วยในการปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ก็ตาม (Yukl, 1989:3-4)
        ผู้นำ คือ บุคคลที่มาจากการเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง หรือการยกย่องขึ้นมาของกลุ่ม เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นผู้ชี้แนะและช่วยเหลือให้กลุ่มประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้         กวี วงศ์พุฒ (2535: 14-15) ได้สรุปแนวคิดเกี่ยวกับผู้นำไว้ 5 ประการ คือ         (1) ผู้นำ หมายถึง ผู้ซึ่งเป็นศูนย์กลางหรือจุดรวมของกิจกรรมภายในกลุ่ม เปรียบเสมือนแกนของกลุ่ม เป็นผู้มีโอกาสติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นมากกว่าทุกคนในกลุ่ม มีอิทธิพลต่อการ ตัดสินใจของกลุ่มสูง
        (2) ผู้นำ หมายถึง บุคคลซึ่งนำกลุ่มหรือพากลุ่มไปสู่วัตถุประสงค์หรือสู่จุดหมายที่วางไว้ แม้แต่เพียงชี้แนะให้กลุ่มไปสู่จุดหมายปลายทางก็ถือว่าเป็นผู้นำทั้งนี้รวมถึงผู้นำที่นำกลุ่มออกนอกลู่นอกทางด้วย
        (3) ผู้นำหมายถึงบุคคลซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่คัดเลือกหรือยกให้เขาเป็นผู้นำของกลุ่มซึ่งเป็นไปโดยอาศัยลักษณะทางสังคมมิติของบุคคลเป็นฐาน และสามารถแสดงพฤติกรรมของผู้นำได้
        (4) ผู้นำหมายถึงบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะบางอย่างคือสามารถสอดแทรกอิทธิพลบางประการอันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มได้มากที่สุด         (5) ผู้นำ หมายถึง บุคคลผู้ซึ่งสามารถนำกลุ่มไปในทางที่ต้องการ เป็นบุคคลที่มีส่วนร่วมและเกี่ยวข้องโดยตรงต่อการแสดงบทบาทหรือพฤติกรรมความเป็นผู้นำ
        บุญทัน ดอกไธสง (2535:266) ได้สรุปเกี่ยวกับผู้นำไว้ว่า ผู้นำ (Leader) หมายถึง
        (1) ผู้มีอิทธิพล มีศิลปะ มีอิทธิพลต่อกลุ่มชน เพื่อให้พวกเขามีความตั้งใจที่จะปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายตามต้องการ
        (2) เป็นผู้นำและแนะนำ เพราะผู้นำต้องคอยช่วยเหลือกลุ่มให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดตามความสามารถ         (3) ผู้นำไม่เพียงแต่ยืนอยู่เบื้องหลังกลุ่มที่คอยแต่วางแผนและผลักดัน แต่ผู้นำจะต้องยืนอยู่ข้างหน้ากลุ่ม และนำกลุ่มปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย

      สรุปได้ว่า ผู้นำ (Leader) คือบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งหรือการเลือกตั้งหรือการยกย่องจากกลุ่มให้ทำหน้าที่ของตำแหน่งผู้นำ เช่น การชี้แนะ สั่งการ และช่วยเหลือให้กลุ่มสามารถปฏิบัติงานได้สำเร็จตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ได้มีการเขียนชื่อผู้นำแตกต่างกันออกไปตามลักษณะงานและองค์การที่อยู่ เช่น ผู้บริหาร ผู้จัดการ ประธานกรรมการ ผู้อำนวยการ อธิการบดี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้ว่าราชการ นายอำเภอ กำนัน เจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาส ปลัดกระทรวง คณบดี

มิทเชล และ ลาร์สัน จูเนียร์ (Michell and Larson, Jr., 1987 : 435-436) ได้ชี้ให้เห็นองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ ในการพิจารณาว่าผู้นำใดมีภาวะผู้นำหรือไม่  ได้แก่       1. ผู้นำเป็นกระบวนการ
      2. มีระดับความถูกต้องของการใช้อิทธิพล
      3.มีความสำเร็จของจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้

      1. ภาวะผู้นำ เป็นกระบวนการของการใช้อิทธิพล ที่ผู้นำพยายามจะมีอิทธิพลเหนือผู้ตาม เพื่อให้มีพฤติกรรมการปฏิบัติงานตามต้องการโดยมีจุดมุ่งหมายขององค์การเป็นเป้าหมาย  ไม่ใช่เรื่องของบุคคลที่จะพึงมีภาวะผู้นำได้โดยที่ไม่ได้มีการกระทำใด ๆ เป็นกระบวนการ (process) ให้เกิดอิทธิพลต่อผู้อื่น  ดังนั้น ผู้นำทางจากการแต่งตั้ง เช่น  ผู้อำนวยการ  ผู้บัญชาการ  อาจจะมีภาวะหรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่ว่ามีลักษณะทั้ง 3 ประการหรือเปล่า ในทางตรงข้าม ผู้ที่แสดงภาวะผู้นำอาจจะไม่เป็นผู้นำที่แบบทางการ แต่มีองค์ประกอบ 3 ประการนั้น

      2. ภาวะผู้นำ  นอกจากเป็นกระบวนการแล้ว  ภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้ตามยอมให้ผู้นำใช้อิทธิพลต่อตัวเขา    ซึ่งโดยทั่วไปก็ต้องพิจารณาถึงระดับความถูกต้องของอิทธิพลที่ใช้ด้วยว่าไม่ใช่เป็นการใช้อำนาจเข้าขู่เข็ญ หรือบีบบังคับให้ทำตาม เพราะถ้าเป็นการเช่นนั้นก็ไม่ถือว่าผู้นำมีภาวะผู้นำได้

      3. ภาวะผู้นำ  จะถูกอ้างถึงเมื่อจุดมุ่งหมายของกลุ่ม หรือองค์การประสบความสำเร็จ ดังนั้นถ้าหากผู้นำไม่สามารถนำกลุ่มไปสู่ความสำเร็จดังกล่าวได้ ก็ย่อมหมายถึงว่าผู้นำไม่ได้แสดงภาวะผู้นำหรือไม่มีความสามารถในการนำนั่นเอง


ต่อด้วยประวัติโดยย่อ ของนายสุริยา    ยีขุน  นายกเทศมนตรีตำบลปริก

การศึกษา    ปริญญาโท  สังคมศาสตร์มหาบัณฑิต (สคม.) สาขาสิ่งแวดล้อม  มหาวิทยาลัยมหิดล
                ปริญญาตรี  ศิลปศาสตร์บัณฑิต (ศศบ.) สาขาสังคมวิทยามานุษยวิทยา
                                มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

การฝึกอบรมและการศึกษาดูงาน

Municipal League Management  in Germany :  GTZ , Germany

Community Forest Financial Management  : Washington State University  & RECOFT
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment) : สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)

Project Management (การบริหารจัดการโครงการ): DSE, Berlin, Germany

Integrated Rural Community Development Management (การบริหารจัดการโครงการพัฒนาชนบทแบบผสมผสาน ) : DSE, Berlin, Germany

ZOPP Project Planning Method (การวางแผนเชิงวัตถุประสงค์) : DSE, Berlin, Germany

Logical Framework Analysis Method (การวางแผนเชิงวัตถุประสงค์)
: DANCED , Denmark

                                                  ฯลฯ
ประวัติการทำงาน

พ.ศ. 2542- ปัจจุบัน    นายกเทศมนตรีตำบลปริก อ.สะเดา  จ.สงขลา

การเป็นคณะกรรมการ
• คณะกรรมการพนักงานเทศบาล (กทจ.)จังหวัดสงขลา • คณะกรรมการการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ.สงขลา • คณะกรรมการพัฒนาแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา • ประธานคณะกรรมการประสานแผนพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ.สะเดา จ.สงขลา
• คณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนสะเดา ขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ อ.สะเดา จ.สงขลา
                                                                      ฯลฯ อดีต
• นักวิชาการ  ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  จ..นครศรีธรรมราช
• Senior Program Coordinator  โครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และ DANCED (ประเทศเดนมาร์ค) • Senior Program Coordinator  โครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทยและ USAID (สหรัฐอเมริกา) • ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสาน อ.จักราช  จ.นครราชสีมา • หัวหน้าศูนย์พัฒนาชนบทเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบ้านซับใต้ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา • Field  Officer  โครงการความร่วมมือในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยอินโดจีน  อ.พนัสนิคม  จ.ชลบุรี

ประวัติการสอนและการเป็นวิทยากรในสถาบันและหน่วยงานต่าง ๆ
• การวางแผนพัฒนาเมืองและภูมิภาค (City & Regional Planning) ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะศิลปะศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
• การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม  สำหรับนักศึกษา ระดับบัณฑิตศึกษา(ปริญญาโท) คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา • สังคมวิทยาสิ่งแวดล้อม  คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา • การบริหาจัดการโครงการ (Project Management)  หลักสูตรบริหาร สำหรับหัวหน้าเขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่า  กรมป่าไม้  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ • การวางแผนเชิงวัตถุประสงค์ (Logical Framework Analysis)
• การพัฒนาชนบทแบบบูรณาการ (Integrated  Rural  Development)
• การวิเคราะห์และประเมินผลโครงการ (Project Analysis & Evaluation) • การบริหารจัดการเมืองการปกครองท้องถิ่น(Local Administration & Political Management)
• องค์กรธรรมาภิบาล(Good Government Organization) • การบริหารจัดการองค์กร(Organization Management) • การวิเคราะห์ปัญหาและการวางแผนแบบ ZOPP Planning • วิทยากรกระบวนการในการวางแผนและพัฒนาองค์กร ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ • ฯลฯ